สะพายเป้หลัง นั่งรถไปหลวงพระบาง #1

ว่ากันว่าการเดินทางไปเที่ยวประเทศลาวก็เหมือนเป็นการเดินทางย้อนสู่อดีต นั่นก็เพราะว่าประเทศลาวยังคงตามหลังประเทศไทยอยู่หลายปี เจ้าชายฯเลือกนั่งไทม์ แมชชีนสายกรุงเทพ-หนองคายทั้งไปและกลับเพราะเป็นเส้นทางที่เหมาะที่สุดกับระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย (5วัน) สำหรับพนักงานออฟฟิศประเภทลิ่วล้อ ใครจะว่าบ้าก็บ้า เที่ยวลาวหน้าฝน หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ แต่ไม่แคร์ พร้อมลุย!

หมายเหตุ ถ้าใครมีเวลามากกว่านี้แนะนำเส้นทางเชียงของแล้วกลับทางหนองคาย ชีวิตจะได้อรรถรสมากและได้เที่ยวแบบไม่ต้องย้อนทางเดิม การเดินทางเลือกได้หลากหลายเลยทีเดียว บขส.เปิดเส้นทางให้บริการจากทั้งเชียงใหม่และเชียงรายเข้าสู่หลวงพระบางโดยตรง

Laos PDR_flag

 

7 โมงเช้า รถโดยสารชาญทัวร์นำเรามาถึงสถานีขนส่งหนองคายด้วยความงุงิงัวเงีย ก็เมื่อคืนดูหนังจนเพลินน่ะสิ เพิ่งเคยนั่งรถ VIP แบบนี้เป็นครั้งแรก จอส่วนตัวมีทั้งหนังและคอนเสิร์ตให้เลือกชม เบาะนวดไฟฟ้า กดนวดซะจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน โดยรวมก็คุ้มค่ากับราคาหกร้อยกว่าบาท พอลงจากรถก็เดินเซโรงังเหมือนคนเพิ่งสร่างไปซื้อตั๋วรถโดยสารข้ามแดนระหว่างประเทศ ค่าบริการ 55 บ. ซื้อเร็วได้นั่ง ซื้อช้าได้ยืน

รีวิวชาญทัวร์สายหนองคาย

 

เพียงแค่ชั่วโมงนิดๆก็ถึงสถานีขนส่งเวียงจันทน์ แค่ก้าวลงจากรถเท่านั้นแหละ ฝูงซอมบี้เกือบ 10 คนพากันกรูเข้ามา ถามหาไปนั่นโน่นนี่ เจ้าชายฯต้องแสร้งทำเป็นคนหูหนวกไปชั่วระยะแล้วเดินเลี่ยง แต่ก็ยังมีอยู่คนนึงเดินตามมาติดๆ ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามติด ชวนคุยไปเรื่อย จงระวังคนพวกนี้ให้มากๆ เลี่ยงได้ให้เลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเลี่ยง มิฉะนั้นจะติดกับดักเหมือนเจ้าชายฯ เดิมทีตั้งใจว่าจะเดินเที่ยวแค่ประตูชัยแล้วก็ขึ้นรถไปวังเวียงเลย แต่แม่มหลอกว่าประตูชัยอยู่ไกลมาก เดินไม่ไหวหรอก ให้นั่งรถตุ๊กๆเหมาเที่ยวจุดสำคัญๆในเวียงจันทน์ดีกว่าแล้วค่อยไปวังเวียง อ่ะ! พูดดีมีหลักการ จึงตกลงกันว่าจะเหมาเที่ยวโดยพาไปเที่ยววัดพระธาตุหลวง, ประตูชัย, วัดพระแก้ว พาไปกินข้าวที่ร้านสายน้ำลาว และส่งขึ้นรถตู้ไปวังเวียง เราจึงตกลงเหมาคนละ 120 บ.

เราบอกให้คนขับพาไปส่งจุดแลกเงินที่ได้อัตราดีที่สุดก่อนที่จะไปพระธาตุหลวง ได้เงินมาล้านนิดๆก็ไปเยี่ยมชมพระธาตุหลวงซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องมาเยี่ยมชม ถ้าจะให้เปรียบก็คงเป็นสนามหลวงบ้านเราแต่ผู้คนไม่พลุกพล่าน ตัวธาตุสีเหลืองอร่ามดูสง่า มีองค์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชประดิษฐานอยู่ด้านหน้า แต่ละจุดจะมีม้าหินอ่อนให้นั่งพักซึ่งสนับสนุนโดยสินค้าไทยหลากชนิดเช่น ลักซ์ วอลล์ สายการบินไทย ฯลฯ สินค้าไทยหลายประเภทเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในประเทศลาว

พระธาตุหลวง

Tip : ควรไปแลกเงินเมื่อถึงเวียงจันทน์เพราะจะได้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าที่วังเวียงและหลวงพระบาง

 

เที่ยวชมพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว ก็ตกลงกันว่าจะเปลี่ยนโปรแกรมไปทานมื้อเช้ากันที่ร้านอาหารบรรยากาศดีริมแม่น้ำโขงที่มีชื่อว่า สายน้ำลาว กันก่อน ทุกคนก็เริ่มหิวกันแล้วเพราะตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรกันสักอย่างเลย คนขับบอกว่าจะพาไปแวะประตูชัยก่อนเพราะเป็นทางผ่าน จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปกลับมา เราก็โอเคตกลงตามนั้น

รู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่ต้องข้ามถนนในประเทศที่ขับรถพวงมาลัยซ้าย ก่อนจะข้ามก็ต้องมองซ้ายก่อนเสมอ เกือบพลาดถูกรถเฉี่ยวเข้าให้แล้ว

ไม่นานนักเราก็มาถึงประตูชัยที่วันนี้มีฝนโปรยกะปริดกะปรอยทำให้ผู้คนดูบางตา ด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้เจ้าชายฯชอบเดินทางในช่วงฤดูฝน นอกจากคนไม่เยอะแล้วยังได้เห็นธรรมชาติอันแสนชุ่มฉ่ำอีกด้วย

น้ำพุประตูชัย เวียงจันทน์

 

สถาปัตยกรรมที่เน้นรูปทรงโค้งมนบ่งบอกได้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกซึ่งก็คือประเทศฝรั่งเศสที่ในอดีตเคยเข้ามาครอบครองประเทศลาวแห่งนี้ เมื่อมาถึงประตูชัยแล้วก็คงไม่พลาดที่จะเสียค่าธรรมเนียม 3,000 กีบ หรือ 12 บาทเพื่อขึ้นไปชั้นบนซึ่งมีอยู่หลายชั้นด้วยกัน ระหว่างจ่ายค่าธรรมเนียมถ้าแหงนหน้าดูเพดานจะเห็นลวดลายพื้นผนังซึ่งถูกสร้างสรรค์อย่างอ่อนช้อยแต่เมื่อขึ้นบันไดไปชั้นสองกลับทำให้ประหลาดใจไม่น้อย ด้วยในใจคาดว่าจะต้องได้เห็นงานศิลปะพื้นผนังชั้นเอก ทว่ากลับเจอเพียงห้องโถงที่ฉาบปูนไว้อย่างหยาบไร้ประติมากรรม ภายในคลาคล่ำไปด้วยร้านขายของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว

ศิลปะประตูชัย

 

อย่างไรก็ตามความรู้สึกเปลี่ยนไปเมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดซิ่งเป็นจุดชมวิวและได้เห็นบรรยากาศแท้จริงของนครหลวงเวียงจันทน์ที่วันนี้ยังดูห่างไกลจากความโกลาหลวุ่นวาย รถตู้ รถเก๋งขนาดเล็กสัญชาติเกาหลียี่ห้อเกีย แล่นไปมาตามถนนสายเล็กๆ สองข้างทางมีไม้ยืนต้นทำให้ดูโล่งโปล่ง เจ้าชายฯใช้เวลาอยู่ข้างบนนี้นานทีเดียวก่อนที่สายฝนจะพรำลงมาอีกครั้งทำให้ต้องหลบเข้าไปในร้านขายของที่ระลึก หยิบเลือกอยู่นานแต่ยังไม่เจอของโดนใจจึงบอกลาประตูชัยเพื่อไปยังร้านสายน้ำลาว ร้านดังที่เราตั้งใจมาตามรอยภาพยนตร์เรื่องสบายดีหลวงพระบาง

จุดชมวิวเวียงจันทน์

 

“เดี๋ยวผมจะพาไปหอพระแก้วเลยนะ” คนขับรถสามล้อติดเครื่องเอ่ยสำเนียงภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำ เราจึงทักท้วงให้พาไปกินข้าวที่ร้านสายน้ำลาวก่อนตามที่ได้คุยกันไว้ แต่คนขับรถสามล้อบอกว่าเดี๋ยวคนขับรถตู้จะเป็นคนพาไปที่ร้านสายน้ำลาว นึกในใจไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปอีกสักที่แล้วค่อยไปกินข้าวจะเป็นไรไป ทนหิวเอาละกัน

รถจัมโป้ในเวียงจันทน์

 

หอพระแก้วที่ซึ่งเคยเป็นวัดหลวงใช้ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนที่จะถูกอันเชิญมาที่วัดพระแก้วในบ้านเราในปัจจุบัน

วัดพระแก้ว เวียงจันทน์

Tip : หากแต่งกายไม่เรียบร้อย ที่หอพระแก้วมีซื่นให้ยืมใส่โดยไม่คิดค่าบริการ

ถูกใจคนชอบของเก่าอย่างเจ้าชายฯไม่น้อย แม้ว่าที่นี่จะถูกบูรณะขึ้นมาใหม่เกือบทั้งหมดแต่ยังคงมนต์ขลังค์ของอารยธรรมโบราณ

กำแพงวัดพระแก้ว

 

ระหว่างทางเดินเข้าไปชมหอด้านใน เหลือบไปเห็นป้ายหินอ่อน มีธงชาติฝรั่งเศสและลาวอยู่ร่วมกันพยายามยืนอ่านภาษาลาวอยู่นาน จับใจความได้ว่า ป้ายนี้รัฐบาลฝรั่งเศสมอบให้แก่รัฐบาลลาวเนื่องในโอกาสการประชุมการพัฒนาของประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส และยังมีรูปปั้นชายหญิงนุ่งเครื่องแต่งกายชาวลาวโบราณ สองมือชูพานยกขึ้นเหนือศรีษะอันแสดงถึงพุทธบูชา

รูปปั้นหน้าวัดพระแก้ว

 

ด้านนอกตัวอาคารมีสำริดจารึกโบราณตั้งอยู่มากมาย ด้านในใช้เป็นที่เก็บโบราณวัตถุที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน รู้สึกถึงความเข้มขลังตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบข้ามธรณีประตูจนทำให้ต้องเดินชมด้วยความสงบ ก่อนออกจากหอพระแก้ว แวะซื้อโปสการ์ดจำนวน 2-3 ใบเพื่อส่งกลับไปยังผู้อันเป็นที่รัก

ของเก่าเวียงจันทน์

 

พอกลับมาถึงที่รถสกายแลป คนขับเรียกเก็บค่าโดยสารเป็นเงินทั้งสิ้น 400 บ. ซึ่งก่อนหน้านี้ตกลงกันไว้ที่ 360 บ.เท่านั้น โดยคนขับอ้างว่าอีก 40 บ.ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นค่าจอดรถ พวกเราหัวเสียเป็นอย่างมาก สุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายแต่โดยดีเพราะไม่อยากมีปัญหาต่างถิ่น และเมื่ออ้ายสามล้อพามาส่งที่รถตู้เพื่อไปกินข้าวเที่ยง เรารู้ทันทีว่า “เสียท่าเสียแล้ว” เมื่อเห็นผู้โดยสารนั่งรออยู่เต็มรถ ชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้ที่อ้างว่าจะพาไปร้านสายน้ำลาวไม่ได้เป็นเจ้าของรถตู้แต่อย่างใด กลับกันเขาเป็นแค่นายหน้าหาคนมาขึ้นรถเท่านั้น แน่นอนว่ารถตู้ที่มีผู้โดยสารเต็มลำคงไม่ไปส่งผู้โดยสารเพียง 3 คนเพื่อรับประทานอาหารมื้อเที่ยง เราตั้งหลักคุยกันว่าจะไม่ขึ้นรถคันนี้เพราะไม่เป็นไปตามข้อตกลง แต่ด้วยกลัวว่าจะไปถึงวังเวียงมืดค่ำ กลัวจะหาที่พักลำบากหากฝนตกก็จะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ เราจึงหอบท้องขึ้นรถตู้มาในที่สุด

ภายในรถเงียบเฉียบไร้บทสนทนา ในใจรู้สึกขุ่นเคืองกลุ่มคนเหล่านั้นที่หากินด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่นั่นก็ถือเป็นบทเรียนที่มีค่ายิ่งสำหรับนักเดินทางที่เพิ่งออกต่างประเทศเป็นครั้งแรก ไม่มีหนังสือเรียนบทไหนที่สอนเรื่องแบบนี้นอกจากออกมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ระมัดระวังคนแปลกหน้ามากขึ้นโดยเฉพาะพวกที่เข้ามาแสดงท่าทีเป็นมิตร

รถตู้ที่นั่งมาเป็นรถโตโยตาขนาดเล็กกว่ารถตู้เมืองไทยเล็กน้อย ผู้โดยสารภายในรถเป็นคนลาวทั้งหมด ระหว่างทางเห็นภาพนักศึกษาลาวกลุ่มนึงออกมาช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์กวาดถนน เป็นภาพที่ดูแล้วรู้สึกประทับใจอย่างน่าอัศจรรย์ ลักษณะการแต่งตัว ชายจะใส่เสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงสแล็คคล้ายนักศึกษาปีหนึ่งบ้านเรา ส่วนหญิงจะใส่เสื้อสีขาวกับซิ่นทอเป็นลวดลายต่างๆยาวเลยเข่า ลองคำนวณเล่นๆ หากนำซิ่นนักศึกษาลาวมาตัดเป็นกระโปรงนิสิตไทยคงได้เกือบ 3 ตัว! พอออกจากตัวเมือง เริ่มเห็นรถอีแต๊กวิ่งต๊อกๆอยู่ริมทาง

การแต่งกายของนักศึกษาลาว

 

วังเวียง เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำ

เส้นทางเวียงจันทน์ – วังเวียงไม่คดเคี้ยวมากนัก

เส้นทางเวียงจันทน์ วังเวียง

 

15.00 น. เผลอหลับไปด้วยความหิว ตื่นมาอีกทีภาพภูเขาหินปูนปลายแหลมทอดตัวเรียงรายสูงตะหง่าน ไอหมอกขุ่นมัวปกคลุมภูเขาแทบจะทั้งลูก เหลือให้เห็นเพียงยอดปลายแหลมปรากฏอยู่เบื้องหน้า เมื่อเข้าสู่เขตวังเวียง ฝนตกลงมาห่าใหญ่ราวฟ้ารั่ว รถตู้คันเล็กหยุดนิ่งตรงหน้าร้านเฝอเยื้องๆกับท่ารถ ผู้โดยสารทยอยขนย้ายกระเป๋าสัมภาระลงจากรถอย่างทุละทุเลเข้าหลบฝนภายในร้านเฝอ อาหารมื้อแรกของพวกเราเริ่มต้นที่นี่ เจ้าชายฯสั่งเฝอร้อนๆชามใหญ่มาซดน้ำซุปคลายไอเย็น

เฝอลาว

 

จนแล้วจนเล่า ฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียที แบบนี้ต้องใช้อุปกรณ์ลุยฝน เตรียมตัวมาพร้อม

ลุยฝนวังเวียง

 

หยิบแผนที่ออกมาจากกระเป๋าเพื่อสำรวจว่าตนเองอยู่จุดไหนของวังเวียง เมื่อพบตำแหน่งที่ตั้งในแผนที่จึงออกเดินตามแผนที่ (วังเวียงเป็นเมืองเล็กๆที่สามารถเดินเท้าเที่ยวได้) สายฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องไร้วี่แววว่าจะหยุด และแล้วก็เหลือบไปเห็นป้าย เฮือนพักทำมะชาด ชี้เข้าไปซอยเล็กๆ ทางเดินเป็นหินลูกรัง ไม่คิดว่าจะเดินมาได้เร็วเพียงนี้ อาจเป็นเพราะวังเวียงเป็นชุมชนขนาดเล็กจึงทำให้แผนที่ดูใหญ่เมื่อมองด้วยสายตา

เฮือนพักทำมะชาด หรือ Organic Le Ja dang ในชื่อฝรั่งเศส อยู่ตรงข้ามกับถาวรสุกรีสอร์ทและเป็นจุดขึ้นฝั่งของผู้ที่ล่องห่วงยางหรือพายเรือคายัคมาตามสายน้ำซอง ขนาดห้องกว้างขวาง ดูสะอาดสะอ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อัตราค่าเช่าในช่วงโลว์ คืนละ 400 บ. นอนได้ 4 คนสบายๆ ติดอยู่อย่างเดียวคือบรรยากาศภายนอกที่ไม่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำซองและภูเขาหินปูนเพราะถูกบดบังด้วยสายซอง ริเวอร์ฮิลล์ ภาพที่ดูมาในเว็บไซต์กับความเป็นจริงทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง แต่ด้วยสถานการณ์บังคับจึงต้องตัดสินใจพักที่นี่ชั่วคราวไปก่อน ครั้นจะเดินแบกเป้หนักหลายสิบกิโลเดินลุยฝนหาที่พักใหม่คงจะเปื่อยกันพอดี หากมีงบประมาณ 1,500-2,000 บ. สายซองริเวอร์ฮิลล์และ The Elephant Crossing Hotel ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับนักเดินทางที่ต้องการชมภูมิทัศน์วังเวียง โดยเฉพาะ The Elephant Crossing Hotel ที่สามารถมองวิวมุมสูงจากระเบียงห้องพัก

ถึงแม้ที่นี่จะไม่เห็นวิวแม่น้ำ แต่ราคาถูกและอยู่ไม่ห่างจากจุดศูนย์กลาง สามารถเดินไปได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที อยู่ใกล้ๆกับสองที่พักดัง นั่นคือ ถาวรสุก และสายซองริเวอร์วิว ตอนกลางคืนแอบมีปัญหาคือน้ำไม่ใหลเนื่องจากการประปาขัดข้อง แต่เจ้าของที่พักก็หาน้ำมาสำรองให้อาบ

รีวิวเฮือนพักสวนทำมะชาด

 

เสื้อผ้า กระเป๋า รวมทั้งเงิน เปียกโชก ต้องรีบเอามาผึ่ง

เงินกีบ

Tip : ถ้าใช้โทรศัพท์กลับไทยบ่อยๆ ซื้อซิมใหม่ที่ลาวจะคุ้มค่ากว่าการเปิดโรมมิ่ง หากเลือกได้แนะนำให้มาซื้อที่วังเวียง จะได้ไม่เสี่ยงกับการโดนฟันเหมือนซื้อที่เวียงจันทน์ อัตราค่าโทรกลับต่างประเทศนาทีละ 8 บ. โทรในประเทศนาทีละ 2-3 บ. ราคาซิม 40 บ.มีค่าโทรให้ 4 บ.

กว่าสายฝนจะซาก็เย็นย่ำ อากาศกำลังดี ได้เวลาสำหรับมื้อเย็นจึงออกเดินหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆชดเชยให้กับร้านสายน้ำลาว ส่วนมากร้านแถบนี้จะเปิดต้อนรับชาวตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ก็เดินไปเรื่อยๆโดยมีแผนที่กะโหลกกะลาเล็กๆแผ่นนึง ไม่ละเอียดแต่เข้าใจง่าย

เที่ยวลาวหน้าฝน

 

เดินเตร่ถ่ายภาพมาเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบ เห็นที่พักหลายๆแห่งปิดปรับปรุงเพราะโดนพิษน้ำท่วม ได้มีโอกาสแวะไป The Elephant Crossing Hotel ห้องราคาประมาณคืนละ 1,500-2,000 สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ ฯลฯ ดูๆแล้วก็ไม่หวือหวาอะไร ที่เมืองไทยก็มีถมเถไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าชายฯตื่นเต้น นั่นคือ วิวริมระเบียง โอ้ แม่เจ้า! แบบนี้ให้ 10 ดาวเลย! ด้วยความที่ว่าห้องพักอยู่สูง(ชั้น 5) ฝนเพิ่งซา ภาพที่เห็นคือภูเขาหินปูนยอดแหลมปรี๊ด ยึกๆยักๆเป็นหยักสูงๆต่ำๆ โอบล้อมด้วยทะเลหมอกสีขาวลออ เบื้องล่างคือแม่น้ำซองสายยาวใหลปรี่ราวกับน้ำป่าใหลหลาก แอบควักกล้องมาถ่ายได้ 2 รูป เสียดายที่กล้องสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้เพียง 50% ของภาพที่เห็นจริง เป็นภูเขาที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ถ้างบถึงแนะนำที่นี่เลย

The Elephant crossing view point

 

ผ่านร้านรวงมากมาย แวะเช็คแพคเกจเที่ยววังเวียงแบบ One day trip จึงทำให้รู้ว่าเมืองเล็กๆเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมมากมาย ทั้งเที่ยวถ้ำ เดินป่า เล่นน้ำตก ปีนเขา ล่องแม่น้ำ ชมหมู่บ้านชาวเขา เที่ยววันเดียวยังไงก็เที่ยวไม่หมด จึงตัดสินใจกันว่าจะเลือกเที่ยวกันเองเลยเดินออกจากร้านมาโดยไม่ได้ซื้อแพคเกจ One day trip

Vangvieng one day trip

 

ผ่านร้านขายโรตี ลองชิมสักหน่อยว่าเหมือนบ้านเราหรือเปล่า คำตอบคือเหมือนเลย

Laos Pancake

 

เดินขึ้นเหนือมาเรื่อยๆผ่านตลาดมืดที่วันนี้ดูเหงาหงอยเพราะสภาพอากาศ เมื่อเจอทางแยก เจ้าชายฯเลือกเดินเบี่ยงเข้าไปทางที่เป็นลูกรังเพราะคิดว่าราคาน่าจะถูกกว่าร้านที่ตั้งอยู่ริมถนนเส้นหลัก เดินเบี่ยงมาเล็กน้อยเห็นร้านอาหารติดสายน้ำซอง ดูภายนอกแล้วโอเค สะอาดสะอ้าน ภายในมีชาวต่างชาตินอนเอกเขนกดื่มเบียร์พูดคุยกันอย่างออกรส อีกโต๊ะมากันสองคนหนุ่มสาวนั่งชมวิวสบายใจเฉิบ เราเลือกมุมในสุดเป็นโต๊ะต่ำความสูงพอๆกับโต๊ะญี่ปุ่นแต่ยาวกว่า มีเบาะอิงปูไว้นั่งกับพื้น เหยียดแขนเหยียดขาได้เต็มที่ พนักงานหน้าตายิ้มแย้มกล่าวคำ “สบายดี” ก่อนยื่นรายการอาหารให้ดู สเต็กหมู ลาบหมู และต้มยำปลาแม่น้ำซอง คือรายการที่สั่งไป น่าเสียดายที่ช่วงนี้เป็นฤดูน้ำหลากเอ่อล้นท่วมสูงขึ้นริมฝั่ง สะพานไม้ที่ชาวบ้านสร้างไว้ต่างถูกสายน้ำซัดลอยไปตามกระแส ยากต่อไปหาปลาในแม่น้ำ เลยอดกินต้มยำปลาแม่น้ำซองไปโดยปริยาย

รีวิวร้านวันพาไซ

 

ผ่านไปนานครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ได้อาหาร ถ้าเป็นร้านทั่วไปคงเซ็งเพราะรอนานมาก แต่กลับไม่มีใครรู้สึกอารมณ์เสียแต่อย่างใดเพราะกำลังมีความสุขเพลิดเพลินอยู่กับภูมิประเทศที่อยู่ตรงหน้า เทือกเขาหินปูนสูงชะลูดตั้งตระหง่านคลอเคลียด้วยไอหมอกเป็นฉากหลังทำให้เพลิดเพลินอย่างบอกไม่ถูก ระหว่างนั่งเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในมุมมอง 180 องศา ก็มีเสียงผู้หญิงกรีดร้องมาแต่ไกล เมื่อหันไปดูจึงเห็นแก๊งวัยรุ่นฝรั่งกำลังล่องห่วงยางมาตามสายน้ำเชี่ยวกรากสีน้ำตาลขุ่น ดูท่าทางตื่นเต้นปนสนุกสนาน เมื่อหันเลนส์กล้องเข้าหา ทุกคนต่างโบกไม้โบกมือมาเล่นกล้องเพื่อให้เจ้าชายจับภาพ แล้วก็ออกมาเป็นภาพอย่างที่เห็น

Tubin in Vangvieng

 

เปิดออร์เดิร์ฟด้วยส้มตำลาว แซบอีหลีแท้เด้

ส้มตำลาว

 

ตามต่อด้วยผัดเผ็ดปลาดุก เครื่องแกงออกไปทางตะวันตกเสียเยอะ ใส่สับปะรดและมันฝรั่ง ผัดเข้ากับเนื้อปลาอย่างกลมกลืน แม้เป็นคนไม่ชอบทานมันฝรั่งมากนัก พอได้ชิมก็เปลี่ยนความคิดขึ้นมาทันใด

เมนูปลาแม่น้ำซอง

 

อย่างที่สองตามมาติดๆคือลาบหมู จานนี้ชื่นชอบเป็นพิเศษ รสชาดและหน้าตาคล้ายลาบบ้านเราแต่ของที่นี่จะซอยถั่วฝักยาวเป็นชิ้นเล็กๆผสมมาพร้อมกับลาบ เสิร์ฟคู่กับแตงกวาและผักกาด

ลาบลาว

 

และเมื่อมาถึงลาวทั้งที ต้องลองสเต็กลาวสูตรดั้งเดิมกันสักหน่อย เมนูนี้เสิร์ฟท้ายสุด สงสัยต้องผ่านกรรมวิธีที่ค่อนข่างพิถีพิถัน และเมื่อมันถูกวางต่อหน้าเรา ทำเอางงไปตามๆกัน เครื่องหมายคำถามปรากฏข้างบนหัวทันที! นี่มันอะไร??? เจ๊เอาผัดหมูมาทำไร??? เด็กเสิร์ฟบอกว่านี่แหละสเต็กลาว ออริจินัล!! กระนั้นรสชาดของมันไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เนื้อหมูนุ่มลิ้นผัดมากับน้ำซอสและผัก

สเต็กลาว

 

ถึงแม้จะรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยกับผัดหมู เอ๊ย! สเต็กลาว แต่ก็อร่อยนะ(หรือเพราะวิวดีก็ไม่รู้) มื้อนี้เป็นมื้อที่ใช้เวลานานที่สุดในชีวิต(โดยไม่มีแอลกอฮอล์) กินตั้งแต่บ่ายแก่ๆยันมืด ค่าเสียหายประมาณ 400 กว่าบาท นั่งอยู่ร่วม 3 ชม. สังเกตุแขกโต๊ะอื่นๆที่นั่งอยู่ก่อนหน้า ยังคงนั่งจิบเบียร์คุยกันอย่างออกรส สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนระหว่างแขกที่เป็นชาวไทยกับชาวต่างชาติก็คือ ชาวไทยมักจะก้มหน้าก้มตากดมือถือแชทกับเพื่อนในโลกไร้สาย ขณะชาวต่างชาตินั่งพร้อมหน้าพร้อมตาพูดคุยเรื่องราวความเป็นไปและการเดินทางอย่างมีอรรถรส เจ้าชายฯว่าวัฒนธรรมบางอย่างชองชาวตะวันตกก็น่าถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับชาวไทยบางคน

Vanpasai Restuarant

 

ยามค่ำมืดเช่นนี้การไปสัมผัสบรรยากาศค่ำคืนเป็นสิ่งไม่ควรพลาดเช่นกัน เราเดินสู่ร้าน Cuba ร้านกลางคืนที่พนักงานเสิร์ฟอาหารแนะนำให้มา แต่วันนี้ผู้คนบางตาเพราะฝนโปรยลงมาบางๆอย่างต่อเนื่อง ยืนชะเง้อมองอยู่หน้าร้าน ดูท่าทางคงต้องรอให้ดึกกว่านี้ค่อยมาใหม่อีกรอบ เลยเดินกลับไปตั้งหลักที่เรือนพักกันก่อน อาบน้ำอาบท่า นอนอ่านหนังสือแล้วเผลอหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีราวตีสามกับความมืดมิดพร้อมเสียงห่าฝนกระทบหลังคาดังสนั่นหวั่นไหว รีบข่มตานอนพลางภาวนาอย่าให้แม่น้ำซองเอ่อล้นท่วมขึ้นมามากกว่านี้เลย (เรือนพักอยู่ใกล้น้ำมากๆ)

  • ค้นหาหมวดหมู่

  • Profile

    Alezz

    View Full Profile →

  • Top Posts & Pages

  • ธันวาคม 2014
    อา พฤ
    « ก.ย.    
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.