แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day4

เอาล่ะ เช้านี้มารีวิวที่พักแพ Saiyok View Raft กันดีกว่า ทางเดินเข้าแพห้องพักจะอยู่ด้านหลัง ต้องเดินเลาะไปเรื่อยๆ ทางเดินช่วงรอยต่อของแพอาจมีแอบเสียวบ้างสำหรับผู้หญิงแต่เจ้าของก็ทำราวจับไว้พอดูแข็งแรง ตอนกลางคืนมีไฟนำทางส่องสว่าง แขกที่ลงชื่อจองช้าอาจจะได้ห้องพักที่อยู่ท้ายๆ ก็ต้องเดินไกลสักหน่อย

Saiyok View Raft Walk Way

 

มาดูวิวหน้าห้องพักกันบ้าง แพนึงจะมีห้องพักประมาณ 4 ห้อง เห็นวิวแม่น้ำแควน้อยทุกห้อง หน้าห้องมีเตียงให้นอนเอกเขนกชมสายน้ำ ขนาดห้องไม่กว้างเท่าไหร่

รีวิว Saiyok View Raft

 

มุมมองทางด้านซ้ายเป็นผาหินปูน

รีวิวที่พักน้ำตกไทรโยคใหญ่

 

ตื่นขึ้นมาก็จะได้เห็นสายน้ำแควน้อยแบบนี้ รู้สึกสดชื่นมากๆ

รีวิว ไทรโยควิวราฟท์

 

บรรยากาศภายในห้อง

Review Saiyok View Raft

 

รายการอาหารเช้ากันเสิร์ฟแบบ American Breakfast ตักเองไม่อั้น จริงๆรายการอาหารมีมากกว่านี้ รสชาดรู้สึกว่าจะดร์อปลงเมื่อเทียบกับเมื่อคืน(สงสัยเมื่อคืนจะหิวจริงๆ)

American Breakfast @ Saiyok View Raft

 

สระว่ายน้ำมีคนมาเล่นน้ำแต่เช้า ใส่ชุดธรรมดาก็กระโดดเล่นน้ำได้ ความลึกของสระนี้อยู่ระดับอกสำหรับคนสูง 170 และยังมีอ่างจากุซซี่อีกสองอ่าง และสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอีก 1 สระ แต่ไม่ได้ลอง ใครลองมาแล้วบอกด้วยนะ

IMG_0126

 

บริเวณล็อบบี้ยามเช้า สามารถมานั่งรับประทานอาหารเช้าได้ มีไวไฟให้เล่นฟรี

IMG_0137

 

สรุปข้อดี

  • มีไวไฟ(เฉพาะบริเวณล็อบบี้)
  • น้ำในห้องน้ำใหลแรงเหมือนอยู่บนบก
  • หมดห่วงสำหรับคนเมาแพ โครงสร้างที่นี่ค่อนข้างหนาแน่น ไม่มีอาการโคลงเคลงให้เห็น นอกเสียจากมีเรือลากแล่นผ่าน
  • อาหารอร่อย
  • เรือคายัคให้เล่นฟรี
  • สระว่ายน้ำฟรี (หลายสระด้วย)
  • แทบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลย นอกจากค่าเครื่องดื่มและไอติม ราคาก็ไม่ได้ชาร์จจนน่าเกลียด
  • เรือรับ-ส่งส่วนตัว ไม่ต้องรอจอยกับคณะอื่น ถึงก่อนไปก่อน มาคนเดียวก็รับคนเดียว

สรุปข้อเสีย

  • ตอนกลางคืนแมลงเยอะ ควรเตรียมยาไว้ทากันแมลงด้วย
  • จำนวนเรือคายัคที่ให้บริการฟรีมีน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนห้อง
  • ห้องพักไม่มีประตูห้องน้ำ
  • แพไม่เก็บเสียง หากห้องข้างๆตั้งวงกินเหล้า ก็เตรียมทำใจไว้เนิ่นๆ (เสียงดังมาก)

 

10.00 check out ออก ขับรถย้อนมุ่งสู่อ.เมือง กาญจนบุรี ระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะมากมาย เที่ยวธรรมชาติมาแล้ว ชมโบราณสถานบ้างล่ะกัน นั่นคือ ปราสาทเมืองสิงห์ ต้องเลี้ยวแยกออกจากเส้นหลักเกือบๆ 7 กม. ถ้าไม่มีรถส่วนตัวดูท่าทางคงลำบากเพราะไม่น่าจะมีรถโดยสารผ่านเลย ค่าธรรมเนียมคนละ 20 บ.เท่านั้น ค่านำรถยนต์เข้าอีก 50 บ. ใกล้ๆลานจอดรถจะมีร้านขายของฝากประปราย เดินมานิดเดียวก็จะเจอพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

IMG_3276

 

จากการขุดแต่งโบราณสถานได้พบเจอโบราณวัตถุที่มีคุณค่าเป็นจำนวนมาก สามารถเข้ามาชมของที่ขุดเจอได้ภายในพิพิธภัณฑ์ จากภาพไม่รู้ว่าศรีษะที่หายไป เป็นเพราะถูกขโมยหรือถูกตัดตามความเชื่อของคนสมัยก่อน

IMG_3286

 

บริเวณอุทยานดูร่มรื่นด้วยเงาไม้จนดูวังเวงเพราะที่นี่นักท่องเที่ยวน้อย

IMG_3295

 

ถ้ามาช่วงเย็นๆหรือโพล้เพล้แนะนำว่าอย่าดีกว่า เพราะอาจหลอนได้ 555

IMG_3299

 

ทางขึ้นโบราณสถานหมายเลข ๑

IMG_3313

 

ภายในกว้างมากพอสมควร ลึกและยาว แถมยังมีซุ้มประตูทอดไปมาหาสู่กันอีกหลายๆห้องเชื่อมต่อและตัดกันเหมือนการไขว้ บางห้องมีเทวรูปตั้งอยู่กลางห้อง ดูไปดูมาเหมือนกับพิธีบูชายัณฑ์ยังไงยังงั้น

IMG_0669

 

เดินมาเรื่อยๆจนเกือบจะสุดทางออกอีกด้านนึงของปราสาทจะพบกับลานศิลาแลง กว้างขวาง มาถึงตรงนี้รู้สึกปลอดโปล่ง

IMG_3325

 

ภาพถ่ายแนวกำแพงด้านข้าง

IMG_3330

 

พอเดินออกประตูด้านหลังของปราสาท เจอหลุมฝังศพ! ผ่าง!!! ออกมาปุ๊บก็จ๊ะเอ๋กันพอดีเลย หลายหลุมด้วย ไม่ทราบแน่ชัดว่าคนประเภทไหนที่ถูกฝังอยู่บริเวณนี้ ไพร่ ทาส นักโทษ หรือเชลยศึก พอมองหันหลังย้อนกลับมาก็จะเห็นภาพปราสาทแบบนี้

IMG_3343

 

สาเหตุที่ชื่อปราสาทเมืองสิงห์ก็เพราะสภาพโบราณสถานพังทลายเหลือเพียงรูปสิงห์ถูกทิ้งร้างไว้ เมื่อมีผู้มาพบเห็นจึงนำไปบอกเล่าต่อๆกันจนกลายเป็นปราสาทเมืองสิงห์ (แต่เท่าที่เดินๆชมก็ยังไม่เห็นรูปสิงห์เลยสักนิด – -*) อุทยานแห่งนี้น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่รักประวัติศาสตร์และประติมากรรมจริงๆ แต่ไม่แนะนำให้มาช่วงเวลาใกล้โพล้เพล้ มิฉะนั้นคุณอาจขนลุกยามลมพัดเบาๆ เจ้าชายฯแนะนำว่าให้แวะเที่ยวที่อื่นดีกว่าครับ

ออกจากปราสาทเมืองสิงห์ก็มุ่งหน้าเข้าอ.เมือง กาญจนบุรี นับจากนี้ไม่ได้วางแผนไว้เลยว่าจะไปพักที่ไหนอะไรยังไง เวลายังพอมีเหลือให้ไปเดินถ่ายรูปแถวๆสะพานข้ามแม่น้ำแคว หาที่จอดรถยากมากๆ แถมคนแน่นยั๊วเยี๊ยะเหมือนหนอนไต่ศพ ทั้งคนไทยและต่างชาติมากันเป็นคันรถบัส ไม่มีที่ให้ถ่ายรูปเลย กะจะหาร้านกาแฟนั่งตั้งหลักก็หาไม่ได้ ทำไรไม่ถูกจนเข้าสู่สภาวะ “มึน” เลยนั่งข้างถนนริมฟุตบาท ค่อยๆคิดว่าจะไปที่ไหนต่อ นั่งเสิร์จหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ สรุปว่าจะไปพักที่อินจันทรี แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน ถามแม่ค้าได้ความว่าอยู่ไม่ไกลจากสะพานนี้ โอเค เข้าทางเลยงานนี้

พอมาถึง โอ้ วะ ฮ้าว! ไฮโซมาก บรรดารถที่จอด มีทั้ง BMW Benz Lexus พอรถเจ้าชายฯขับเข้าไปเหมือนกาในฝูงหงษ์4fd9f2d3 พนักงานที่นี่ต้อนรับดีมาก แม้ว่าห้องจะเต็มแล้วแต่ก็พาเดินชมบริเวณทั่วไปของรีสอร์ท ดูหรูหรามาก มีห้องอ่านหนังสือแยกออกมาเป็นพิเศษ มีจักรยานให้บริการฟรี ที่ชอบที่สุดคือร้านอาหารของรีสอร์ท วิวดีมาก มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว เปิดโล่ง ประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน อ้อ! ลือบอกไปว่าถ้าจะมาพักที่นี่ต้องเตรียมงบไว้อย่างน้อยสัก 4 พัน ห้องที่ถูกที่สุดราคาเริ่มต้น 2,800 บ.(ถ้าจำไม่ผิด)

โชคดีที่ไม่มีห้องว่าง ไม่งั้นอาจกระเป๋าแหกเป็นได้ ขับเลาะหามาเรื่อยๆตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อินจันทรี สุดท้ายมาจบที่ผึ้งหวานรีสอร์ท ติดแม่น้ำแคว ระยะทางไกลจากสะพานพอสมควร มีสระว่ายน้ำรวมขนาดใหญ่ทีเดียว บรรยากาศร่มรื่น สไตล์การตกแต่งไม่ได้หวือหวามากนัก พรุ่งนี้ค่อยมารีวิว ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วจึงรีบอาบน้ำ เตรียมตัวออกไปสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของกาญจนบุรี

ช่วงๆเย็นย่ำแสงใกล้ลับขอบฟ้า นักท่องเที่ยวดูจางตาลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนที่มาครั้งแรก มีพื้นที่ว่างจึงตั้งขาตั้งกล้องและเก็บภาพมา แสงไฟจะ fade เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ นับคร่าวๆได้ 7-8 สี

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สีสันสะพานข้ามแม่น้ำแคว

บรรยากาศตอนกลางคืนสะพานข้ามแม่น้ำแคว

 

โดยรวมๆแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับสะพาน 7 สีแม่น้ำหอม เมืองเว้ที่เวียดนาม เจ้าชายฯว่าสีสันของบ้านเราดูดีกว่า ทว่าตัวสะพานของเวียดนามจะยาวกว่าของเราทำให้ดูอลังค์การกว่า

IMG_3431

IMG_3432

 

เก็บภาพจนหนำใจแล้วจึงพับขาตั้งกล้อง หาอะไรกินอร่อยๆกิน ขับแบบไร้จุดหมาย หาไปเรื่อยๆ วนภายในตัวเมืองไม่เจอร้านไหนสะดุดตา เลยลองขับเลียบริมแม่น้ำ บรรยากาศเปลี่ยนขึ้นมาทันที ให้อารมณ์คล้ายๆขับเลียบริมหาดพัทยา เพียงแต่ว่าที่นี่เป็นแม่น้ำและแสงสีน้อยกว่าพัทยา ขับมาจนเกือบสุดก็จะถึงร้านธาราบุรี ภายนอกดูดี ภายในมีดนตรีสด หลายวง ทั้งเต็มวงและอคูสติก เล่นหลายแนว รวมๆแล้วฟังได้ ไม่ดีเลิศแต่ก็ไม่แย่ ที่ให้คะแนนเต็มคือบรรยากาศ ช่วงหัวค่ำจะคึกครื้น มีแพเธคลากผ่านไปผ่านมา ดูแล้วอิจฉา คงจะสนุกน่าดู หลังสามทุ่มครึ่งเริ่มบางตา อากาศเย็นๆ+ลมพัดโชยๆ นี่ถ้าไม่ติดเข้าพรรษา ป่านนี้สั่งเบียร์มานั่งจิบเพลิ่นๆแล้ว รสชาดอาหารถือว่าอร่อย แวะมาก็อย่าลืมสั่งผัดไทกุ้งสดล่ะ แล้วจะติดใจ

ใกล้ๆ 4 ทุ่มเช็คบิลออกจากร้าน ค่าเสียหายเอาเรื่องเหมือนกัน เรทราคาใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ถ้าใครมีงบจำกัดแนะนำอีกร้าน อยู่ติดกับธาราบุรีเลย(ถ้าหันหน้าเข้าธาราบุรีจะอยู่ด้านซ้าย) คิดว่าราคาถูกกว่าแน่นอนแต่ได้บรรยากาศติดริมแม่น้ำเหมือนกัน ส่วนรสชาดคงต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

รีวิวธาราบุรี

  • ค้นหาหมวดหมู่

  • Profile

    Alezz

    View Full Profile →

  • Top Posts & Pages

  • ธันวาคม 2014
    อา พฤ
    « ก.ย.    
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.