พรหมลิขิต ชีวิต และการเดินทาง

Intro

หยุดติดกัน 4 วันรวดแบบนี้มีหรือจะไม่คิดจะออกไปเที่ยว ปัญหาติดอยู่ตรงที่ว่าเพื่อนๆไม่ได้หยุดเหมือนบริษัทเรา ทำให้จำเป็นต้องออกเดินทางเพียงลำพัง หลังจากผ่านพ้นทริปใหญ่ที่ลาวเหนือ สมองส่วนกลางได้บันทึกความทรงจำดีๆของบรรยากาศริมแม่น้ำซองกับภูเขาหินปูน จึงอยากไปออกนอนสงบๆฟังเสียงน้ำไหลริมแม่น้ำอีกครั้ง และกาญจนบุรีก็ผุดขึ้นมาในหัว หาข้อมูลในเว็บ ถูกใจแพพักริมน้ำที่น้ำตกไทรโยคใหญ่ โทรไปเช็คราคาแล้วเก็บเสื้อผ้ารูดซิปกระเป๋าออกเดินทางทันที ทริปนี้เดินทางคนเดียวจึงไม่มีการเตรียมตัวอะไรมากมายปล่อยให้จังหวะการเดินทางเป็นตัวนำพาไปโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ “นอนแพริมแม่น้ำ”

08.30 ถึงหมอชิต ออกเดินสำรวจว่ามีบริษัทไหนบ้างที่จะไปส่งเราที่ไทรโยคใหญ่ เดินวนอยู่นานเจออยู่ที่เดียวเป็นของบริษัท 999 รถออก 09.30 เป็นรถป.2 ไม่อยากนั่งรอเสียเวลาเป็นชั่วโมงจึงออกเดินหาหนทางอื่น รู้มาคร่าวๆว่ามีคิวรถตู้ที่อนุสาวรีย์ หรือจะไปรถไฟดี? ลองเดินหาคิวรถตู้แถวนี้ดูก่อนดีกว่า

และแล้วก็เจอ “กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี” สอบถามได้ความว่าไปถึงแค่เมืองกาญฯเท่านั้น ออกเวลาเดียวกับรถทัวร์เลย แต่รถทัวร์ไปส่งถึงที่ …เอาน่า ซื้อตั๋วรถตู้ไปลงที่เมืองกาญฯนี่แหละ ที่เหลือปล่อยให้เป็นไปตามจังหวะการเดินทาง

บนรถมีผู้โดยสารเพียง 2 คนเท่านั้น พอตื่นขึ้นมาอีกที ผู้โดยสารเต็มรถเลย หลับตามทางมาเรื่อยๆจนถึงเมืองกาญฯ …ถึงเมืองกาญฯแล้วหรือ??? แล้วเอาไงต่อดีล่ะทีนี้? ก่อนอื่นหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาจดเวลารถขากลับเข้ากรุงเทพฯแล้วเดินตรงไปที่ป้ายข้อมูลท่องเที่ยว

“จากที่นี่ไปก็เกือบร้อยกิโลฯ จากถนนใหญ่เข้าไปตัวอุทยานฯอีก 4 กม.” เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ในช่องเอ่ยตอบหลังจากที่ผมถามเกี่ยวกับไทรโยคใหญ่

“แล้วจากถนนใหญ่เข้าไปอุทยาน ต้องไปยังไงครับ มีวินมอไซด์รับจ้างมั๊ย?” ผมยิงคำถามแฝงความหวาดหวั่นที่จะต้องเดินเท้าระยะทาง 4 กม.เข้าอุทยาน

“ไม่แน่ใจนะ ถ้าไม่มีก็โบกรถแถวนั้นได้”

…คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจังหวะการเดินทางอีกครั้ง จะนำพาเราเดินทางไปในรูปแบบไหน เดี๋ยวคงได้รู้กัน ว่าแล้วก็ก้าวเท้าขึ้นรถโดยสารท้องถิ่นสภาพคล้ายชายชราหลังค่อมไร้เรี่ยวแรง ไม่นานรถโดยสารคันเก่าสายกาญจนบุรี-สังขละบุรีค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่งอย่างช้าๆตามสภาพ นี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทางไปเรื่อยๆโดยไม่มีการวางแผน

2 ชม.ผ่านไป รถก็ยังแล่นด้วยความเร็วคงที่พร้อมกับสายลมเย็นสบายที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาทางหน้าตาที่ถูกเปิดไว้ อ่านหนังสือจบไปแล้วหลายบทและรู้สึกเริ่มเบื่อจึงชวนคนนั่งข้างๆคุย เค้าเคยไปเรียนที่จีนมา 2 ปี บัดนี้เป็นครูสอนภาษาจีนอยู่ที่อ่างทอง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม หอบกระเป๋าใบเล็กมาเยี่ยมพ่อแม่ที่มาหางานทำอยู่ที่สังขละบุรี คุยกันซะเพลินจนลืมไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของจังหวัด เหลือบไปเห็นป้าย “ไทรโยคใหญ่ 39 กม.” จากนั้นชำเลืองมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ คำนวณเวลาแล้วคาดว่ากว่าจะไปถึงก็คงเย็นย่ำพอดี หากจะต้องเดินเท้าเข้าอุทยานระยะทาง 4 กม.ยามมืดคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก จึงตัดสินใจคว้ากระเป๋าลงรถจากโดยไม่ทันบอกลาและถามชื่อเพื่อนร่วมทางแปลกหน้าคนนั้น

และแล้วจังหวะการเดินทางก็ได้นำพาผมมายังที่ๆชาวบ้านแถวนี้เรียกกันว่า “ไทรโยคน้อย” จากการตัดสินใจเพียงชั่วเสี้ยวนาทีทำให้การเดินทางของผมเป็นไปอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมากะทันหัน ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อแต่ที่รู้ๆคือต้องหาอะไรกินก่อนเพราะตั้งแต่ออกจากบ้านมายังไม่ได้ทานอะไรเลย เดินย้อนลงมานิดหน่อยเจอร้านขายอาหารตามสั่งเก่าๆร้านหนึ่งซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรเหลือจะขายแล้วเลยสั่งอาหารง่ายๆและถามไถ่เจ้าของร้านถึงเรื่องที่พักริมแม่น้ำราคาไม่เกิน 1,000 พลางเล่าความเป็นมาของตัวเองซึ่งตอนนี้สภาพไม่ต่างจากคนพลัดถิ่นเท่าใดนัก

กินข้าวเสร็จ น้าเจ้าของร้านอาหารตามสั่งก็เรียกวินมอไซด์ให้พาไปดูที่พักริมแม่น้ำพร้อมต่อรองราคาให้เสร็จสรรพโดยที่ผมสามารถเลือกได้จนกว่าจะเจอที่พอใจ

วนดูอยู่หลายที่ จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่ได้ที่พักที่ต้องใจ เหลืออีกแค่ที่เดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปดู หากที่นี้ยังไม่โดนใจอีก แล้วจะไปที่ไหนต่อ? เป็นคำถามที่ค่อนข้างเคว้งคว้างเมื่อคิดขึ้นมาในใจ หรือจะเหมามอไซด์ไปไทรโยคใหญ่?…คงสู้ราคาไม่ไหว อีกตั้ง 39 กม. ยิ่งคิดก็ยิ่งหม่น

ที่สุดท้ายเป็นแพที่พักติดแม่น้ำ งดงามทั้งสถานที่และบรรยากาศ มีระเบียงส่วนตัวพร้อมตั่งสำหรับนอนหรือนั่งกินบรรยากาศ ดีกว่าหลายๆที่ที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่คืนละ 1,500 บ. เจ้าของที่พักใจดีเห็นว่ามาคนเดียวเลยลดให้เหลือคืนละ 1,200 บ. ผมถามไปว่าเหลือพันถ้วนได้ไหม ป้าแกก็ตอบตกลงพร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้ให้ขึ้นมาทานอาหารเช้าชมทิวเขาด้านบน ช่างใจดีเสียนี่กระไร ทุกอย่างเหมือนถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากบ้าน จากเดิมที่ตั้งใจจะไปไทรโยคใหญ่แต่แล้วจังหวะการเดินทางก็ได้พาผมมายังไทรโยคน้อย แถมได้ที่พักริมน้ำ วิวสวยอย่างที่ตั้งใจ ราคาสบายกระเป๋า

Waterfall

เก็บข้าวของเข้าที่พักแล้วจึงสะพายกระเป๋ากล้องออกไปสำรวจน้ำตกไทรโยคน้อย โมงยามนี้นักท่องเที่ยวไม่หนาตา ส่วนมากเป็นเด็กๆละแวกนี้มาเล่นน้ำ ดีดกีตาร์สนุกสนานรวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มากับบริษัททัวร์อีก 2-3 กลุ่ม อยากลงไปนอนแช่น้ำตกกับเขาอยู่เหมือนกันแต่กลัวกระเป๋ากล้องหายจึงได้แต่บันทึกภาพบรรยากาศเก็บเอาไว้ น้ำตกไทรโยคเป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากการพังทลายของภูเขา ต่อมาจึงได้ปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ด้านบนน้ำตก พื้นดินเหมือนถูกปูพรมสีเขียวด้วยต้นมอส นอกจากนี้ยังมีมีถ้ำและตาน้ำให้เดินชม ตามป้ายบอกไว้ว่าต้องเดินอีก 2 กม.ช่วงใกล้เวลาโพล้เพล้แบบนี้ผมจึงเลือกที่จะนอนอยู่บนเปลปล่อยจิตใจล่องลอยไปกับสายลมพัดต้นไผ่ไหวเอนทำใบร่วงหล่น

ฝนโปรยลงมาห่าใหญ่ เหล่านักท่องเที่ยวต่างพากันเดินกลับลงไปแต่ผมยังนอนอยู่อย่างนั้น ชั่วโมงนี้รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ผมมีที่พักรออยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเร่งรีบอีกต่อไป

จากการนอนเอ้อระเหย ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯและป้าคนหนึ่งที่เข้ามาหลบฝนในซุ้มเปลที่ผมนอนอยู่ ข้างบนนี้สามารถกางเต็นท์นอนได้คิดราคาคนละ 30 บ./คืน ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 200 หรือจะพักบ้านของป้าที่ปลูกอยู่เหนือน้ำตกติดไร่ข้าวโพด แกคิดคนละ 100 บ.

ครั้นฝนจางลง ผมเดินลงมาเก็บภาพน้ำตกอีกเล็กน้อย จึงกลับเข้าที่พักไปนอนเขียนบันทึกการเดินทาง เสียงเรือยนต์ลากแพนักท่องเที่ยวไปล่องแม่น้ำ แต่ละคนสภาพเปียกปอนทำให้รู้สึกอิจฉา “วันนี้เรามาในฐานะนักเดินทาง ไม่ใช่นักท่องเที่ยว” ผมพูดกับตัวเอง สักวันเราจะกลับมาล่องแม่น้ำแคว

เสียงน้ำไหลทำเคลิ้มหลับไป ตื่นมาอีกทีค่ำเสียแล้ว จึงอาบน้ำแล้วออกมาเขียนบันทึกการเดินทางต่ออีก แน่นอนว่าริมระเบียงมุมนี้กลายเป็นมุมโปรดของผมไปแล้ว

รุ่งเช้าตื่นมาทานมื้อเช้าข้างบนที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ เสร็จแล้วกลับมาที่แพ วันนี้ต้องกลับกรุงเทพฯแล้วแต่จิตใจยังอยู่ที่นี่ ได้แต่นั่งเอาเท้าแช่น้ำเหม่อมองยอดเขาปลายแหลมสูงต่ำ สิ่งใดก็ตามที่นำพาผมให้มาพานพบสถานที่แห่งนี้ ภูเขา แม่น้ำ และผู้คน…ขอบคุณ

 

 

 

 

 

Advertisements

3 thoughts on “พรหมลิขิต ชีวิต และการเดินทาง

    1. ไม่สงวนลิขสิทธิ์จ้า ว่าแต่มันแชร์ยังไงอ่ะ ทำไม่เป็น – -”
      เพิ่งรู้ว่าเฟซบุ๊คลิ๊งค์มาหาเวิร์ดเพรสได้ด้วย 555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s