สะพายเป้หลังนั่งรถไปเวียดนามกลาง #3

06.00 ตื่นออกมาดูวิวแม่น้ำหอม(Perfume River) แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ไหลยาวคดเคี้ยวผ่านป่าผ่านสมุนไพรนานาชนิดสั่งสมกันมานานทำให้มีกลิ่นหอม จึงกลายเป็นชื่อแม่น้ำหอมมาถึงปัจจุบัน ว่ากันว่า ในอดีตนั้นอาหารที่จะนำมาถวายองค์จักรพรรดิต้องเป็นของที่คัดสรรมาอย่างดีแล้วเท่านั้น และน้ำจากแม่น้ำหอมนี้เองก็เป็นหนึ่งในของที่ถูกนำขึ้นถวายบนโต๊ะอาหาร วู้วว์! ใช่ย่อยซะที่ไหน

อากาศยามเช้าสดชื่นดี ยังเห็นหมอกจางๆ ที่เห็นเสาธงแดงอยู่ลิบๆนั่นคือ Citadel (นครจักรพรรดิราชธานีเว้) เป็นเสาธงที่สูงที่สุดในเวียดนาม แม้เคยถูกฟ้าผ่าจนล้มลงไปแต่ก็ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ เช้านี้พี่บอลมีโปรแกรม city tour one day trip* กับ Sin Cafe โดยรถนำเที่ยวจะมารับที่หน้าโรงแรมเวลา 08.00 ส่วนผมเลือกที่จะเช่ามอเตอร์ไซด์ขี่เที่ยวเรื่อยๆรอบๆตามประสา วันนี้ผมจึงไม่มีกรอบเวลามากำหนด ฟรีสไตล์กันเลย นั่งเอ้อระเหยถ่ายรูปวิวเล่นๆจนพอใจแล้วลงมาหาเช่ารถมอเตอร์ไซด์ ลองแว๊บเข้าไปถามที่ล็อบบี้ของโรงแรมได้ราคามาดังนี้

  • 6 USD/วัน สำหรับรถเกียร์ธรรมดา
  • 9 USD/วัน สำหรับรถเกียร์ออโต้

ทั้งสองประเภทไม่รวมค่าน้ำมัน กำหนดการคืนรถสามารถต่อรองได้ อย่างน้อยๆไม่ต่ำกว่า 12 ชม.อยู่แล้ว ผมค่อนข้างพอใจกับราคานี้พอสมควรแต่ยังไม่ตกลง ขอเช็คจากที่อื่นๆดูก่อน

IMG_0223

มื้อเช้าขอลองชิมเมนูเด่นของเว้กันสักหน่อย นั่นคือ บุ๋นบ่อ (Bun Bo) “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่น้ำซุปได้จากการต้มกระดูกวัว หมัมโตมและตะไคร้รวมกัน เสิร์ฟพร้อมกับใบสะระแหน่ ถั่วงอกและมะนาว” เดินออกจากโรงแรมมาได้นิดเดียว เห็นคนเวียตนั่งซดกันซวบซาบ ร้านนี้คงอร่อยแน่นอน ถามราคา (30,000)พร้อมสั่งโดยการชี้นิ้วและเข้าไปในร้าน หาที่นั่งรอคอยด้วยความใจจดใจจ่อ สักพักคุณยายก็นำบุ๋นถ้วยโต ควันลอยฟุ้งโชยกลิ่นหอมและจานผักมาเสิร์ฟที่โต๊ะ …รสชาดน่ะหรอ “แหลกม่ายล่าย 55” คงเเป็นพราะผมไม่ชอบอาหารเวียดนามอยู่แล้วมั๊ง ขนมจีนน้ำเงี้ยวบ้านเราอร่อยกว่าแยะ

IMG_0246

สุดท้ายก็ต้องกลับมากินขนมปังที่ห้องอยู่ดี ด้วยความขี้เกียจเดินหารถเช่า ก็เลยเช่าของโรงแรมเลยละกัน ไม่ต้องเอารถกลับไปคืนที่ไหนไกลด้วย ราคาก็ไม่แพงมาก คันแรกที่เอามาให้มีกระจกข้างเดียว!! ผมบอกว่าผมขับไม่ได้ถ้ามีกระจกข้างเดียวแบบนี้ และยืนกรานว่าจะขอเปลี่ยนคันใหม่ เค้าเลยหาคันใหม่มาเปลี่ยนให้ ตรวจเช็ครถเป็นที่พอใจก็ได้เวลาขี่มอไซด์เที่ยวเว้เมืองมรดกโลกกันล่ะ (ถ้าจะให้ถูกต้องตามระเบียบควรนำใบขับขี่สากลไปขอใบอนุญาติขับขี่ขั่วคราวที่สถานีตำรวจ)**

09.00 แรกเริ่ม เริ่มแรกด้วยการคลำทางหาปั๊มเติมน้ำมันโดยที่ไม่รู้ทิศเหนือ ใต้ ออก ตก เลย อาศัยถามคนข้างทาง บ้างฟังเราไม่รู้เรื่องก็อาศัยสัญลักษณ์โดยการชี้เกจวัดน้ำมันที่หน้าปัด เติมไป 50,000 เต็มถังเลย ใช้เวลาไม่นานก็ชินแล้วกับการขับขวา จุดหมายแรกคือ Citadel

IMG_0261 1

เพียงแค่มองจากด้านนอกก็รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต ตามวีดีทัศน์บอกว่าใช้เวลาสร้างกว่า 30 ปี มองแป๊บเดียวก็รู้ว่าได้รับอิทธิพลมาจากไหน เหมือนที่เคยเห็นในหนังจีนจักรๆวงศ์ๆเลย ออกสำรวจรอบนอกแล้วค่อยซื้อบัตรผ่านประตูเข้าไปด้านในราคา 80,000 ด่อง เรื่องการซื้อบัตรไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปเพราะในบัตรมีราคาชัดเจน (ถ้ามากับทัวร์ให้ฝากไกด์ซื้อให้จะได้ราคาถูกกว่านี้)

IMG_0265

ภายในหลังจากเดินผ่านประตู

IMG_0274

มีรถม้าไว้บริการด้วย

IMG_0279

หุ่นขี้ผึ้งจำลององค์จักรพรรดิมิญหม่าง……ล้อเล่น^^. สำหรับใครที่อยากเป็นฮ่องเต้สักครั้งในชีวิตก็เช่าชุดใส่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันได้

IMG_0289

เมื่อมองย้อนกลับมา

IMG_0309

ภายในกว้างมากๆ แต่ๆๆๆ…ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าตื่นตาตื่นใจเลย ปล่อยให้หญ้าขึ้นรก ถุงทรายก่อสร้างระเกะระกะไม่เป็นที่ เสื้อผ้าคนงานวางกระจายสะเปะสะปะ หนำซ้ำยังเจอสนามเทนนิสอยู่ข้างในอีก รัฐบาลเวียดนามคิดอะไรกันอยู่เนี่ย เก็บค่าบัตรผ่านไปเกือบแสนเพื่อมาสร้างสนามเทนนิสในราชวังเก่าให้นักท่องเที่ยวดูเนี่ยนะ?? อนาถ หวังว่าในอนาคตหลังจากบูรณะสถานที่แห่งนี้เสร็จคงจะมีอะไรดีๆไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

สถานีต่อไปคือเจดีย์ 8 เหลี่ยมหรือเจดีย์เทียนหมู่ ห่างจากตัวเมืองออกไป 10-15 นาที ใช้เนวิเกเตอร์ตัวเดิมนำทาง(จอดถามคนข้างทาง) ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชม งดงามในแบบจีนจ๋า

IMG_0330

ฝรั่งสองคู่นี้เหมาเรือล่องแม่น้ำหอมมายังเจดีย์แห่งนี้…หวานมาก

IMG_0324

ก่อนกลับแว๊บเข้าไปเช็คราคาหมวกโนนลา(งอบบ้านเราดีๆนี่เอง) ต่อไปต่อมาได้ราคาที่ 3 ใบร้อย ตลาดนัดริมแม่น้ำหอมขายใบละ 50 บ. เห็นว่าถูกกว่าก็เลยจัดมา 3 ใบ ในมือถือเงินด่องอยู่แต่ไม่พอจ่าย เลยต่อรองว่าจ่ายเงินไทยได้ไหม แม่ค้าไม่ยอมรับ แกบอกว่าขาดทุน คะยั้นคะยอให้ผมแลกเงินไทยเป็นเงินด่อง แต่ผมก็ไม่แลก ถ้าไม่รับเงินไทยผมก็ไม่ซื้อ จนสุดท้ายแม่ค้าก็ตอบตกลงรับเงินไทย ผมจึงควักจ่ายแบงค์ร้อยจ่ายไป มารู้ตัวอีกทีเงินด่องที่ถืออยู่ในมือ 10,000 ด่อง หายไปแล้ว!!! มันเกิดขึ้นเร็วมาก รวดเร็วปานสายฟ้า!ฟ้าแลบ ผมพยายามหาว่าทำตกหรือเปล่า ก็ไม่มี ถามแม่ค้า แม่ค้าก็บอกว่าไม่เห็น (แม่ค้ามีสองคน คนนึงยืนอยู่ อีกคนนั่งอยู่) จึงเดินออกจากร้านมาแบบงงๆ

ขากลับขี่ผ่านสวนสาธารณะริมแม่น้ำหอม เห็นลุงคนนึงกำลังตั้งร้านเตรียมจะขายน้ำอะไรสักอย่าง ด้วยความกระหายเลยแวะเข้าไปเป็นลูกค้าคนแรกของแก อยากจะสั่งกิน แต่ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร เลยทำท่าหมุนๆก็เป็นอันเข้าใจกัน ฮ่าๆ (อย่าลืมถามราคาก่อนล่ะ)

IMG_0355

IMG_0359

เนิ้กเมีย คือน้ำอ้อยผสมโซดาหรือโซดามะนาว ออกรสหวาน เปรี้ยว และซ่า ชอบเลย ถามไปถามมา และมีเบียร์ขายด้วย ขวดใหญ่ราคาแค่ 10,000 ผมจัดไป 2 ขวด กะจะเอากลับไปกินตอนกลางคืนที่ห้องแต่ก็ต้องแห้วเพราะราคานี้ไม่รวมค่าขวด คิดไว้ว่าถ้ามีเวลาว่างๆต้องมานั่งจิบเบียร์ในสวนสาธารณะริมแม่น้ำหอมให้ได้

15.00 กลับมาตั้งหลักที่ห้อง เจอพนักงานต้อนรับชื่อ Tai อัธยาศัยดีมาก กล่าวทักทายทุกเช้า คอยมากดลิฟท์ให้ เข้ามาพูดคุยให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เค้าแนะนำให้ผมไปสุสานต่างๆ แต่ตอนนี้ดูท่าทางครึ้มฟ้าครึ้มฝน จึงหั่นโปรแกรมออกทั้งหมด เหลือไว้แค่ตลาดดงบา Tai บอกว่าไปไม่ยาก ข้ามสะพานเสร็จแล้วเลี้ยวขวาวิ่งไปเรื่อยๆก็จะเจอเอง เมื่อมาถึงผมมองหาร้านทองเป็นอย่างแรก แลกตังค์ที่ร้านทองได้ราคาดีที่สุด ยิ่งถ้าเอา USD ไปแลกเป็นเงินด่องยิ่งได้ราคาดี

16.00 เริ่มออกสำรวจราคาสินค้าภายในตลาดดงบา ตั้งใจจะมาซื้อกระเป๋าแบ็คแพ็คกับเสื้อ North Face 3 in 1 แม่ค้าก็มีทั้งอัธยาศัยดีและแย่เหมือนกันทุกที่ แต่ที่นี่ออกแนวฮาร์ดคอร์นิดนึง 55 บางร้านจะขอดูของยังไม่สอยลงมาให้ดูเลย บอกให้ยืนแหงนหน้ามองเอา?!?! กลับกัน บางร้านนี่แทบเอามายัดใส่มือ พอไม่เอานี่คว้าคืนหมับแถมด่าส่งอีก(ร้านขายกระเป๋าที่อยู่ชั้นสอง อย่าได้แวะไปเฉียดเด็ดขาด) ที่ผมถูกใจที่สุดก็คือร้านขายกระเป๋าของคุณป้า อยู่ชั้น 1 ล็อกในสุด คุยกันได้ ต่อรองได้ ป้าแกเป็นคนอารมณ์ดี กระเป๋า North Face Vision 80 ผมต่อแกได้ 350,000 (จากเดิม 600,000) ทีแรกผมขอแก 3 ถ้วน ยื้อกันอยู่นาน สุดท้ายป้าแกมาบีบแขนนวดๆๆผม ประมาณว่า “ป้าขอเถอะนะ 555” เทียบเป็นเงินไทยแล้วราคาไม่แตกต่างจากของโรงเกลือสักเท่าไหร่ แต่เหมือนคุณภาพดีกว่า(คิดไปเองหรือเปล่า)

16.30 หิวแล้ว ตั่งแต่กินบุ๋นบ่อเข้าไป ก็กินอะไรไม่ลงอีกเลย ออกมาจากตลาด เห็นร้านขายน้ำ เลยสั่งเนิ้กเมีย มาอีกรอบ ที่นี่ถูกกว่าร้านลุงอีก คิดเป็นเงินไทยแก้วละ 7-8 บ. ร้านข้างๆขายขนมเบื้องญวณ ได้ยินว่าอร่อยนักอร่อยหนา ลองสั่งมาชิมหน่อยละกัน รสชาดก็อร่อยนะ(หรือว่าหิวก็ไม่รู้) มีสองสาวเวียดนามมานั่งโต๊ะด้วย พยายามเปิดดิคเวียดนามคุยด้วย แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย ออกเสียงยากอ่ะ ขนาดขนมเบื้อง ให้แม่ค้าออกเสียงให้ฟัง 3-4 รอบ ยังพูดไม่ได้เลย

IMG_0372

18.00 ขี่รถมารับพี่บอลแถวๆสะพานเจ็ดสี วันนี้พี่บอลได้ไปถึง 7 สถานที่ ส่วนผมนั้นไปได้แค่ 3 แห่ง พี่บอลบอกว่าพวกสุสานทั้ง 3 แห่ง ก็เหมือนๆกันหมด แต่ละจุดต้องเดินไกลมากเพราะรถบัสเข้าไม่ได้ ต้องลงเดินเอง จะว่าไปแล้วก็ดีอย่างเสียอย่าง มื้อเย็นนี้ออกตามหาร้าน Lac Thien ร้านอาหารชื่อดังของเหล่าบรรดาคนแบกเป้ ขี่รถวนหาซะทั่วเว้ วนไปวนมา วนมาวนไปจนเวียนหัวซะเองก็หาไม่เจอ จอดถามแล้วก็ยังหาไม่เจออีก กะว่าจะจอดถามอีกครั้ง ถ้ายังหาไม่เจออีกก็จะไม่กินละ จอดถามคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งเปิดร้านขายผ้า แกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่ก็พยายามจะอฺธิบาย หาปากกามาขีดมาเขียนพร้อมบรรยาย ไอ้เราก็ฟังแบบงงๆ แกเห็นเราทำหน้ามึนๆเลยขี่มอไซด์นำไปส่งถึงหน้าร้านเลย แน่นอนมากยกนิ้วโป้งขึ้น ไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลย

IMG_0386

ประวัติความเป็นมาของร้านนี้ มีฝรั่งเอาไปเขียนได้ถึง 7 หน้า! ประมาณว่าเจ้าของร้านแกเป็นคนที่จิตใจงดงามมากแต่เป็นใบ้(ไม่รู้ว่าหูหนวกด้วยหรือเปล่า) และหลงรักผู้หญิงคนนึง สวยมาก ฮ็อทมาก ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวแกทำให้สามารถพิชิตใจเธอมาครองได้และแต่งงานมีลูกกัน 3 คนมาจนถึงทุกวันนี้ ตอนที่ผมไป ไม่ได้เจอเมียแก แต่รับรองได้เลยว่าลูกสาวแกสวยทุกคน โดยเฉพาะคนกลาง กำลังใสน่ารัก ขาวเหมือนคนญี่ปุ่นเลย^^. แน่นอนถ้ามาร้านนี้ต้องได้เห็นการเปิดขวดโดยใช้ท่อนไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน แกยังให้ผมเป็นที่ระลึกกลับบ้านโดยไม่คิดเงินอีกด้วย เสียดายไม่ได้ถ่ายวีดิโอเก็บไว้ ค่าเสียหายมื้อนี้ 84,000 อาหาร 4 เบียร์ 2 โค้ก 1 (ถูกกว่าร้านตรีนไก่เยอะเลย)

เมนูเด็ดประจำร้าน ไม่รู้เรียกว่าอะไร เห็นสั่งกันทุกโต๊ะเลยสั่งบ้าง

IMG_0380

19.30 เอารถไปคืนโรงแรม ส่งช้าไป 30 นาที ทางโรงแรมก็ไม่ว่าอะไร น้ำมันเหลือตั้งครึ่งถึง เวลายังมีเหลือเยอะเลยขึ้นไปนั่งจิบเบียร์บนดาดฟ้าของโรงแรมชมวิวยามค่ำคืนของแม่น้ำหอม พนักงานโรงแรมนี้ดูแลดีมากๆเลย ค่าเสียหาย 100,000 ด่อง ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับบรรยากาศและความหรูหรา

10.00 ออกไปนั่งร้าน DMZ Bar ส่งท้ายค่ำคืนนี้ที่เว้

24.00 Good night Hue’

* โปรแกรม One day trip by bus and boat ของ Sinh Cafe 08.00-17.00 @220,000 VND

สุสานไคดินห์,สุสานมิญหม่าง,สุสานติตึ๊ก,หมู่บ้านทำหมวก,หมู่บ้านทำธูป,Citadel,เจดีย์ 8 เหลี่ยม,

รวมอาหารกลางวัน+ไกด์แต่ไม่รวมค่าบัตร์ผ่านประตู (ต้องจ่ายเองอีกประมาณ 3 แสนกว่า)

**ที่มา : The Traveller’s Pocket Bible

Trick:

1. ถ้าเช่ามอเตอร์ไซด์ขี่เที่ยวเอง 1 วัน เติมน้ำมัน 30,000 ก็เหลือแล้ว

2. เวลาซื้อของอย่าถือเงินไว้ในมือ ไว้ตกลงกันได้ค่อยควักจากกระเป๋าออกมานับจะปลอยภัยกว่า

3. ถ้าคิดจะแลกเงินให้มองหาร้านทอง มีอยู่มากมายที่ตลาดดงบา เลือกร้านในๆหน่อยหรือสังเกตุร้านที่มีคนเวียดนามยืนแลกกันเยอะๆ ร้านนั้นจะให้อัตราแลกเปลี่ยนดีที่สุด

4. การล่องแม่น้ำหอม ชมสีสันเมืองเว้ยามค่ำคืนนับเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนไปที่เป็นคู่ ราคา 1 USD / hr.

Advertisements

7 thoughts on “สะพายเป้หลังนั่งรถไปเวียดนามกลาง #3

  1. ไว้ใจไม่ได้จริงๆพวกเวียดนามเนี่ย มันร้ายจริงๆเนอะ โชคดีที่หายไม่เยอะ

    แล้วถ้าอยากไปเว้โดยนั่งเครื่องไปได้ป่าวอะ

    1. ไปเว้ทางเครื่องบินได้ โดยลงที่สนามบินดานัง จากดานังนั่งรถต่อไปได้ทั้งเว้และฮอยอัน(เดินทางวิธีนี้จะสะดวกที่สุดแล้ว)

  2. สนุกอ่ะ อ่านเพลินเลย ชุดฮ่องเต้มีให้เช่าแล้วมีชุดฮองเฮา มีมั้ยอะ อยากใส่มั่ง

  3. เห็นจากรูปแล้วน่าไปเที่ยวมากเลยคะ ไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายรวมในทริปนี้ ประมาณเท่าไหร่หรือคะ เผื่อจะพาแฟนไปเที่ยวบ้าง หิ้วววว

    1. ค่าใช้จ่ายตลอดทริปประมาณ 8,000-9,000 บ.
      หมดไปกับค่าเบียร์เยอะเหมือนกัน ถ้าแฟนไม่ดื่มเบียร์น่าจะเซฟลงไปได้เยอะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s