สะพายเป้หลังนั่งรถไปเวียดนาม #5

รุ่งเช้าตื่นขิ้นมารีบยังพอมีเวลาออกมานั่งจิบกาแฟเวียดนามรอรถ คนขายถามว่าจะรับกาแฟขาวหรือกาแฟดำ ผมก็ตอบแบบงงๆ ว่าขอกาแฟขาวละกัน เมื่อกาแฟมาเสิร์ฟก็งงสิครับ ต้องนั่งรออีก 15-20 นาทีกว่าจะได้กิน!!! คือต้องรอให้น้ำกาแฟหยดติ๋งๆจนกว่าจะเต็มแก้วถึงจะได้กิน เพิ่งมารู้ทีหลังว่ากาแฟขาวก็คือกาแฟ+นม ส่วนกาแฟดำนั้นจะมีแต่กาแฟกับน้ำตาล มีแค่สองอย่างนี้จริงๆ ไม่มีครีมเทียม หรือสารปรุงแต่งอื่นใด ทว่ารสชาดนั้นสุดยอด ถือว่าดีที่สุดเท่าที่เคยลิ้มลองมา ราคาไม่ถึง 25 บ. คุ้มเหลือหลาย เล่นเอาร้าน Mr.Coffee หน้าบ้านอายไปเลยกับเมนูเอสเปรสโซ่คาราเมลสูตรพิเศษของร้าน

กาแฟเวียดนาม

 

08.30 มีคนมารับไปขึ้นรถ บริษัทนี้ไม่ตรงเวลาสักเท่าไหร่ สภาพรถโอเค แอร์เย็นพอได้ แต่ที่แย่คือไม่จอดตามจุดใหญ่ๆแต่จอดเฉพาะจุดที่มีออฟฟิศตัวเองประจำการอยู่เท่านั้น ประมาณว่าพอลงจากรถปุ๊บก็ต้องใช้บริการของบริษัท An Phu ต่อ

10.00 มาถึงดานัง เดิมทีกะว่าเที่ยวบาน่า ฮิลล์เสร็จก็จะนั่งรถดานัง-สะหวันนะเขตกลับลาวเลยละกัน คุยกันไปคุยกันมา ปรากฏว่าไม่ใช่รถวิ่งยาวแบบที่เราคิดไว้ ยังไงก็ต้องไปค้างที่เว้ก่อน 1 คืน เลยตัดสินใจที่จะเที่ยวกันเองและไปกันเอง โดยเช่าแท็กซี่+คนขับให้พาเที่ยว Bana Hills โดยที่เราสามารถอยู่ที่นั่นได้นานเท่านานแต่ต้องไม่เกิน 1 ทุ่ม ในราคา 700,000 ด่อง เลยถามต่อไปว่า ถ้าหากเราเป็นคนขี้เบื่อ อยู่ที่นั่นแค่ 2-3 ชม. แล้วสามารถมาเที่ยวในตัวเมืองอีกได้หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” โหดร้ายเหลือเกินแต่ก็ไม่มีทางเลือก จริงๆราคานี้ก็ไม่แพงเท่าไหร่เมื่อเทียบกับตอนเหมารถจัมโบ้เที่ยวสะหวันนะเขตแต่ติดอยู่ที่ว่าตอนนี้กระเป๋าสตางค์มันแบนลงเรื่อยๆแล้ว เลยให้คนขับพาไปแวะส่งที่สถานีเดินรถเพิ่อเช็คเวลาซะก่อน เสียเวลาไปเกือบ 30 นาที ไม่ได้อะไรเลยแถมเดินออกมาเจอเซอร์ไพรส์เสียค่าปรับโทษฐานจอดแท็กซี่รอ โดนไป 150,000 ด่อง

11.00 ถึงบาน่า ฮิลล์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาที วิวสองข้างทางเขียวชอุ่ม วันนี้คนเยอะพอสมควร

บานา ฮิลล์

 

เอาล่ะ เตรียมตัวขึ้นกระเช้าที่สูงและยาวที่สุดในโลก ตามบันทึกของ Guinness Book กับระยะทาง 40 กม. ที่ระดับความสูง 1,291 ม.เหนือระดับน้ำทะเล ทุนสร้างกว่า 17 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั๋วสำหรับชาวต่างชาติ 400,000 ด่อง ชาวเวียดนาม 300,000 ด่อง ก็เลยฝากคนขับแท็กซี่ให้ไปซื้อให้ โดยให้ค่าฝากซื้อ 50,000 ด่อง ก็แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย เค้าได้ 50,000 ส่วนเราก็ได้ประหยัดไป 50,000 เฃ่นกัน

เตรียมตัวขึ้นกระเช้าที่ยาวและสูงที่สุดในโลก

 

ไต่มาที่ความสูงระดับนึงมีแอบเสียวเหมือนกัน

Bana Hills Resort

 

ด้านล่างเต็มไปด้วยป่าและเหว ถ้าเป็นหน้าฝน หุบเหวนี้น่าจะกลายเป็นน้ำตกที่สวยเอามากๆ

ป่าและเหว

 

รวมระยะเวลาที่อยู่บนกระเช้า 21.09 นาที พอถึงข้างบนรู้สึกหนาวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจนทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าหนาว ละอองเมฆหมอกลอยคลุ้งไปทั่ว ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆส่วนมากเป็นภาษาเวียดนาม ไม่ค่อยเอื้อต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่าใดนัก แถมยังโดนไอ้พวกเหงียนแทรกคิวขึ้นรถตู้เพื่อนั่งรถต่อขึ้นไปอีก

วิวบนบานา ฮิลล์

 

12.00 หิวมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย มื้อนี้หาอะไรกินง่ายๆข้างบนนี้ก็แล้วกัน ได้ไอ้นี้มากินไม้ละ 75 บ. ราคาถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับสิงคโปร์หรือฮ่องกง

Hotdog Bana Hills

 

หลังจากจัดการมื้อเที่ยงเรียบร้อย ก็ออกเดินย่อยอาหารไปยังจุดที่สูงที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวขาจร

บรรยากาศบานา ฮิลล์

 

ยังไม่ทันเหนื่อยเท่าไหร่ก็มาถึงแล้ว บริเวณยอดมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่

IMG_0451

 

บรรดาผู้ศรัทธาบุญ บทสวดฟังดูเหมือนบทเจ้าแม่กวนอิมบ้านเรา นักท่องเที่ยวคนที่จองห้องพักกับรีสอร์ทจะได้นั่งกระเช้าขึ้นไปต่ออีกชั้นนึงซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของยอดเขาแห่งนี้จริงๆ ส่วนผม ขึ้นมาแค่นี้ก็พอใจล่ะเพราะคิดว่าข้างบนก็คงไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากไปกว่านี้แล้ว

ผู้แสวงบุญ

 

ขากลับมีสองทางเลือก คือ เดินย้อนไปขึ้นรถตู้ไปยังจุดขึ้นกระเช้าหรือจะเดินกลับลงไปเอง ซึ่งดูแล้วเดินกลับเองดีกว่านอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังไม่ต้องเสียเวลามานั่งรอรถตู้ให้น่ารำคาญ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ไม่ต้องไปแย่งกับบรรดานักท่องเที่ยวชาวเหวียตที่ไร้วินัย รถตู้มาแต่ละคัน แทบจะเบียดแย่งกันชึ้น

ขากลับหมอกลงจัดแทบมองไม่เห้นวิวข้างล่าง

หมอกจัด

 

ภาพส่งท้ายเมืองดานัง

วิวเมืองดานัง

 

พอกลับลงมาด้านล่างเจออากาศร้อน ปรับตัวแทบไม่ทัน ให้แท็กซี่มาส่งที่ท่ารถ ตะเกียกตะกายหารถกลับเว้ให้ได้ เหลือแต่รถ Local Bus ของเวียดนาม คนละ 50,000 ด่อง เล่นเอาแทบแย่เลย แนะนำสำหรับใครที่จะไปเวียดนาม อย่าได้ขึ้น Local Bus เลย ยอมจ่ายมากกว่าให้กับบริษัททัวร์ซะเถอะ ไม่งั้นจะเสียเวลาเปล่าๆ ลองจินตนาการถึงรถป.สองบ้านเรา แต่ที่นี่ขับช้ากว่ามาก มากซะจนแทบจะเป็นง่อยและใช้เส้นทางที่ลัดเลาะทุกๆหมู่บ้าน

Local Bus Vietnam

 

17.45 มาถึงเว้เสียที ไล่เช็ครถทุกๆสายที่จะกลับไปลาว ได้รายละเอียดดังนี้

  • เว้ – สะหวันนะเขต เวลา 08.00 ราคา 280,000 ด่อง
  • เว้ – เวียงจันทน์ เวลา 09.30 ราคา 300,000 ด่อง
  • เว้ – ท่าแขก เวลา 08.30 ราคา 300,000 ด่อง
  • เว้ – จำปาสัก เวลา 08.00 ราคา 260,000 ด่อง

ปัญหาคือไม่สามารถจองได้เพราะตอนนี้สถานีขนส่งปิดหมดแล้ว!! ด้วยความที่อยากกลับบ้านเอามากๆ เรานั่งรอรถที่จะมาจากลาวซึ่งจะมาถึงเว้เวลาค่ำๆ เผื่อว่าจะซื้อตั๋วกลับในวันนี้เลย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว นั่งรอไปประมาณ 30 นาทีรถก็มาเทียบท่า พี่บอลลงไปถาม ได้ความว่าวันนี้หมดเที่ยววิ่งกลับลาว ให้มาใหม่วันพรุ่งนี้เช้า คืนนี้ก็เลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนอนเว้กันอีก 1 คืน เลยไปตกลงต่อราคากับมอไซด์รับจ้างให้เข้าไปส่งที่โรงแรม River View Hotel ผมขอไป 1 USD/คน แต่เค้าคิดคนละ 3 USD “No thanks.We’d better call taxi.” ผมปฏิเสธและเดินบ่ายออกมาทันที ยังไม่ทันไรเลย พี่แกรีบขี่มอไซด์มาเทียบข้างแล้วก็ตอบตกลงที่คนละ 1 USD หนอยแน่ คิดว่าไม่รู้หรอ ระยะทางแค่นี้เองจะคิดคนละ 150 เรียกแท็กซี่นั่งสบายกว่าเยอะ

หลังจากเช็คอินเข้าห้อง ก็รีบออกเดินหาจองตั๋วกลับสะหวันนะเขต ผมเลือก Sinh Cafe เป็นที่แรก แต่ก็ต้องแห้วกลับมาเพราะเต็มแล้ว เลยลองหาบริษัททัวร์อื่นๆดู สืบหาราคาหลายๆร้าน ส่วนมากก็ราคาเท่าๆกันแตกต่างกันที่รายละเอียด อันนี้ต้องถามให้ดี เพราะบางบริษัทขายตั๋วให้เราแล้วเอาเราไปฝากขึ้นกับรถอีกคัน หมายถึงต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถบริเวณชายแดน แบบนี้เรียก Indirect bus ซึ่งดูแล้วคงไม่ดีสักเท่าไหร่ เราอาจได้รับการดูแลที่ดีระหว่างที่อยู่กับบริษัทนี้แต่จะมั่นใจได้ไงว่าอีกบริษัทที่รับเราไป เค้าจะดูแลเราดี เพราะเราไม่ใช้ลูกค้าของเค้าโดยตรงนี่ สุดท้ายผมเลือกซื้อตั๋วกับบริษัทที่เป็น Direct bus นั่งต่อเดียวถึงสะหวันนะเขตเลย

ได้ตั๋วรถกลับสะหวันนะเขตแล้ว รู้สึกสบายใจเป็นที่สุด ถ้าต้องพักอยู่ที่เว้ต่ออีก 1 คืนคงแย่แน่เพราะตังค์คงไม่พอแน่ๆ ตอนนี้ตังค์เหลือก็เลยซื้อหมวกเวียดนามที่ทำหายไป(ในราคาที่แพงกว่าเดิม) และยังมีเหลืออีกนิดหน่อย ก็เลยเดินไปนั่งชิวที่ DMZ Bar เป็นการทิ้งทวนบรรยากาศที่เว้ ระหว่างทางเดินผ่านต้นไม้ใหญ่หน้าโรงแรมริมแม่น้ำหอม ตรงเงามืดๆของต้นไม้จะมีผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาดีนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนซิคโล่ เพียงแค่เดินผ่านก็จะมีชายเดินมาถามว่าต้องการ beautiful girl ไหม ผมส่ายหัว ขอเลือกเบียร์ดีกว่า (ชายใดสนใจลองเดินผ่าน รับรองถึงแน่ แต่ละคนก็หน้าตาดีเลยนะ ฮ่าๆ)

Huda Beer

 

เท่าที่ลองสัมผัสเบียร์เวียดนามมาหลายๆยี่ห้อ ขอโหวตให้ดังนี้ละกัน

Saigon bia > Huda bia > Tiger bia > Larue bia ถ้าให้เทียบเบียร์ลาวด้วย ให้เบียร์ลาวอยู่อันดับสองรองจาก Saigon bia

 

Trick :

1. หากตั้งใจจะเที่ยวดานัง ควรเลือกโปรแกรมให้จบภายในวันศุกร์เพราะวันเสาร์จะได้นั่งรถนอนกลับสะหวันนะเขตได้เลย ไม่ต้องวกกลับมาต่อรถที่เว้อีก

2. จะไปไหนมาไหนให้ซื้อตั๋วผ่านบริษัททัวร์จะดีกว่า ชาร์จนิดหน่อยแต่มีรถมารับถึงหน้าโรงแรม แถมมีกำหนดเวลาที่แน่นอน

3. ก่อนเลือกบริษัททัวร์ต้องถามและเช็คราคาให้ดี บางทีราคาถูกกว่า 2 USD แต่เป็นรถพัดลม หรือเป็น Indirect bus

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s