แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day1

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพวันที่ 3 ส.ค. 2555 ไปแบบไม่เร่งรีบ สามารถขึ้นรถตู้ได้จากอนุสาวรีย์และหมอชิต รถออกทุกชั่วโมง ส่วนรถทัวร์ก็มีสามารถขึ้นได้ที่หมอชิตและสายใต้ใหม่รอบเช้าออกเวลา 08.00 และ 09.30 โดยรถทัวร์นั้นนั่งเพียงแค่ต่อเดียวก็ไปถึงสังขละบุรีได้เลย แต่ถ้านั่งรถตู้ต้องไปต่อรถที่สถานีขนส่งกาญจนบุรีอีกรอบนึง ผมเคยนั่งทั้งสองแบบ รวมๆแล้วรถตู้จะทำเวลาได้ดีกว่าประมาณ 30 นาทีแต่ก็ต้องแลกกับการนั่งที่นั่งแคบๆไปตลอดทาง แต่ครั้งนี้ขอเลือกทางเลือกที่สาม นั่นคือการขับรถไปเอง

09.30 ตั้งหลักกันที่พระรามฯ 2 ขับออกทางถนนเพชรเกษม วิ่งมาเรื่อยๆ เปิดเพลงฟังสบายๆ กำลังขับเพลินๆแป๊บเดียวก็ถึงนครปฐม ว่าจะแวะกินข้าวมันไก่นครชัยศรีแต่มองข้างทางไม่มีเลย ไม่เป็นไรแวะชิมขาหมูบางหว้าสาขาหนองดินแดงก็ได้ เห็นว่าชนะเลิศที่ 1 ของจส.100

พอออกจากนครปฐม เริ่มมีฝนโปรยลงมาพอเย็นฉ่ำจนต้องเบาแอร์ บรรยากาศช่างเหมาะเจาะดีเสียจริง

ละอองฝน

 

เข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ผ่านสุสานทหารสัมพันธมิตรและสะพานข้ามแม่น้ำแคว เอาไว้แวะเป็นรายการท้ายๆละกันนะ คนที่นั่งรถตู้มาต่อที่ขนส่งกาญจนบุรีก็สามารถแวะเที่ยวที่นี่ก่อนได้ อยู่ไม่ไกลกัน

ผมชอบเส้นทางจากอ.เมืองสู่ อ.ไทรโยคมาก สองข้างทางเขียวชอุ่ม ฉากหลังไกลๆเป็นทิวเขาน้อยใหญ่ ยอดแหลมยึกยักสูงต่ำ บวกกับการได้ขับบนเส้นทางโค้งเยอะๆ ซ้ายที ขวาที เร่งบ้าง ผ่อนบ้าง สนุกดี ที่ระทึกสุดๆก็คือตอนเร่งแซงนี่แหละ จะแซงแต่ละครั้งต้องเหยียบคันเร่งจนมิด เพราะรถที่ใช้ขับมาคือ AVEO นั่นเอง การันตีความอืดได้ในระดับนึง

แวะกินมื้อเที่ยงที่น้ำตกไทรโยคน้อย ที่นี่สะดวกสบาย ติดถนน มีร้านรวงมากมายให้เลือกสรรแม้กระทั่ง Seven Eleven ด้วยความที่ว่าเป็นอุทยานที่ไม่เสียค่าเข้าชมและเป็นทางผ่านสำหรับไทรโยคใหญ่ ทองผาภูมิและสังขละบุรี ทำให้ที่นี่คลาคลั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

ช่วงหน้าฝนแบบนี้น้ำตกเยอะและแรงกว่าปกติ บางคนบอกว่าจงใจสร้างมากเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ผมว่ามันก็โอเคนะสำหรับน้ำตกที่ไม่เสียค่าเข้า ไม่เสียค่าบำรุง มันคือที่ๆทุกคนเข้าถึงได้ คุณพ่อคุณแม่พาครอบครัวมาปิคนิด หรือกลุ่มผองเพื่อนชวนกันมาเล่นน้ำตก ดีดกีตาร์ ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนทุกเพศทุกวัย ความสุขเล็กๆเกิดขึ้นได้ที่นี่

น้ำตกไทรโยคน้อย

 

นอกจากนี้ยังมีการนำซากรถไฟเก่าและรางรถไฟมาให้เด็กๆได้ขึ้นไปนั่งเล่นบนรถไฟของจริงอีกด้วย

ซากรถไฟเก่า

 

ที่ทำการอุทยานจะอยู่ด้านบน มีเต๊นท์ให้เช่าราคาหลังละ 200 บ. มีห้องน้ำให้ใช้ หรือจะพักบ้านของป้าที่ปลูกอยู่เหนือน้ำตกติดไร่ข้าวโพด แกคิดคนละ 100 บ.เท่านั้น บรรยากาศเหมือนบนดอย

บ้านพักน้ำตกไทรโยคน้อย

 

เดินไปนิดเดียวจากที่ทำการฯก็เจอจุดชมวิวแบบนี้(ฝนกำลังจะตก)

จุดชมวิวน้ำตกไทรโยคน้อย

 

ใครที่ชื่นชอบการเดินสัมผัสธรรมชาติก็มีเส้นทางเดินเท้าเข้าไปดูตาน้ำระยะทางประมาณ 2 กม. แต่ถ้าขี้เกียจเดิน ที่นี่ก็มีบริการรถมอเตอร์ไซด์ดัดแปลงนั่งได้ 2-3 คน ในราคา 120 บ.

ด้านบนน้ำตกไทรโยคน้อย

 

จบจากน้ำตกไทรโยคน้อย ก็มาหาที่พัก ที่แรกที่ลองไปดูก็คือ บูติค ราฟท์ รีสอร์ท ตกแต่งน่ารักสวยงามที่สุดเท่าที่ดูๆมาแต่ราคาก็สูงกว่าที่อื่น คืนละ 2,200 รวมอาหารเช้า เสียดายที่ห้องพักติดแม่น้ำเต็มแล้ว เลยไม่ได้พักเพราะโจทย์ของผมคือ ต้องพักแพติดแม่น้ำแควน้อย หาไปเรื่อยๆจนมาลงเอยด้วยการพักที่บ้านภูฟ้ารีสอร์ท เป็นเรือนแพริมแม่น้ำแคว เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน แอร์ ทีวี น้ำอุ่น คืนละ 1,200 บ. รวมอาหารเช้า บรรยากาศดีเหมาะสำหรับการออกมานั่งชมวิวหน้าระเบียงฟังเสียงน้ำไหล

บ้านภูฟ้า รีสอร์ท

 

ช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นจะได้เห็นนักท่องเที่ยวตัวเปียกปอนอยู่บนแพลาก แค่เห็นก็รู้แล้วว่าสนุกแค่ไหน ได้แต่อิจฉา…เอาน่า…ไว้ถึงไทรโยคใหญ่เมื่อไหร่ จะเล่นน้ำให้ฉ่ำปอดเลยเชียว

แพลาก

 

เบื้องหน้าแม่น้ำแควและเบื้องหลังคือภูเขา วิวระดับ 5 ดาว ในราคาระดับนี้ คุ้มแล้วครับสำหรับผม

แม่น้ำแคว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s