แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day2

กินมื้อเช้าเสร็จ กลับมานั่งเอาเท้าแช่น้ำที่ระเบียงหน้าแพ สูดโอโซนยามเช้า ตั้งกล้องถ่ายเล่น สายๆก็ออกเดินทางต่อ ทิ้งท้ายด้วยภาพจากมุมด้านบนของรีสอร์ท

ภูเขาเมืองกาญ

 

สถานีต่อไป สังขละบุรี เมืองเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ภายในหุบเขาติดชายแดนพม่า หลบเร้นความวุ่นวาย หลากหลายวัฒนธรรม อยู่ห่างจากอ.เมืองประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร ได้ยินว่าเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรีรายล้อมด้วยภูเขาตัดผ่านทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ได้ขับรถสนุกอีกแล้วล่ะสิ ระหว่างทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่ไม่ได้แวะเพราะจิตใจจดจ่ออยู่ที่สังขละบุรีเสียแล้ว

เมื่อมาถึงสิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือหาที่พัก เนื่องจากไม่ได้จองไว้ล่วงหน้าเลยหายากสักหน่อย แต่เหมือนมีโชคช่วย มีห้องว่างที่สวนแมกไม้รีสอร์ท คนที่มาทางรถประจำทางหรือรถตู้ รถจะมาส่งแถวๆ Seven Eleven เดินตรงไปไม่ไกลจะเจอ 4 แยก แถวนั้นจะมีวินมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ ให้นั่งวินไปลงแถวๆสะพานไม้แล้วเดินหาเอาหรือไม่ก็ระบุชื่อที่พักไปเลย อย่าไปหลงเชื่อหากวินมอเตอร์ไซด์บอกว่าที่พักริมแม่น้ำเต็มหมดแล้ว เพราะเค้าจะพาคุณไปพักที่ไกลๆ ไปไหนมาไหนลำบาก สุดท้ายก็ต้องโทรเรียกใช้บริการเค้าให้มารับ-ไปส่ง ผมเคยโดนมาแล้ว ถ้าห้องพักเต็มหมดแล้วจริงๆ ลองเดินเข้าไปที่แมกไม้รีสอร์ท ที่นี่มีเต็นท์ให้เช่าคืนละ 250 เท่านั้น รวมอาหารเช้าด้วย

สวนแมกไม้รีสอร์ท

ที่พักเต็นท์สังขละบุรี

 

ตามมาดูห้องพักกันดีกว่า คืนละ 1,200 บ. แอร์+น้ำอุ่น+ทีวี+อาหารเช้า สะอาดมากแต่อาหารไม่ค่อยอร่อย

ที่พักสังขละบุรี

 

มุมมองเทศบาลจากหน้าระเบียงห้องพัก มองเห็นแม่่น้ำแต่ไม่เห็นสะพานไม้ ที่สามประสบรีสอร์ทจะมองเห็นสะพานไม้เลย แต่ต้องจองกันเนิ่นๆนิดนึง

มุมมองจากหน้าระเบียงห้องพัก Reception เป็นคนเหนือเหมือนกัน แกบอกว่านานๆทีจะเจอคนเหนือมาพัก เลยอู้กันม่วนปากเลย

 

ได้เวลาออกเดินเที่ยวสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย อันดับสองของโลกกันล่ะ จากรีสอร์ทสามารถเดินไปได้ ระยะทางไม่ไกล ข้ามสะพานไปก็จะเป็นฝั่งมอญ หรือรามัญ

สะพานมอญ

 

ชุมชนริมน้ำซองกาเลีย นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำอย่างเข้าถึงก็สามารถติดต่อเข้าพักได้ในราคาคืนละ 800 บ.

ชุมชนริมน้ำชาวมอญ

 

เดินเล่นยาวๆ ประมาณ 2 กม. ก็จะถึงเจดีย์พุทธคยา ที่หลวงพ่ออุตมะจำสองสร้างขึ้นมารูปทรงคล้ายกับที่อินเดีย

สิงห์

 

ตัวเจดีย์สีเหลืองอร่าม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา บรืเวณด้านหน้าจะมีขายของที่ระลึก ของพื้นบ้านชาวมอญ จากนั้นเดินต่อไปยังวัดวังก์วิเวการามที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนของเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ ดูๆแล้วก็เหมือนวัดทั่วๆไปไม่มีอะไรโดดเด่น(อุตส่าห์เดินมาตั้งเกือบกีโลฯ)

เจดีย์พุทธคยา

 

หิวละ หาอะไรมอญๆกินดีกว่า แถวๆสะพานไม้ฝั่งรามัญ ร้านอาหารเพียบ ถูกใจร้านไหนก็เดินเข้าไปเลย มื้อนี้ลองชิมขนมจีนป้าหยินสูตรชาวมอญ มีน้ำยาให้เลือก 3-4 อย่าง แต่ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ “น้ำยาหยวกกล้วย” ได้ลงหนังสือพิมพ์และออกรายการทางช่อง 5 ป้าแกก็อัธยาศัยดี ให้ชิมนั่น โน่น นี่

เจ้าชายฟันธง : กินเข้าไปคำแรก…คายออกแทบไม่ทัน!! เครื่องแกงจัดมากกกกกก

ขนมจีนสูตรมอญ

 

ช่วงเย็นๆมีชาวมอญออกมาอาบน้ำ ซองกาเลีย…สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต

ซองกาเลีย

 

เดินมาทั้งวัน หมดแรง เหนื่อย เมื่อย รวมระยะทางก็เกือบๆ 10 กิโลฯ

IMG_1083

 

แม้ที่นี่จะมีหลายเชื้อชาติ แต่ก็อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ

IMG_1002

 

และมืดไปในที่สุด

แสงไฟสะพานไม้

 

แสงสียามค่ำคืนที่นี่ไม่หวือหวาเหมือนตัวเมือง ไม่มีผับหรือบาร์ เท่าที่เดินสำรวจ ละแวกนี้มีเพียงร้าน coffee berry เท่านั้น ตกแต่งร้านน่านั่ง เลยเข้าไปนั่ง ร้านนี้ไม่มีแอลกอฮอล์นะครับ

Coffee berry (2)

Coffee berry (1)

 

นั่งได้สักพักก็เช็ค บิล กลับไปนั่งจิบเบียร์หน้าระเบียงห้องพักดูจะได้อรรถรสกว่า คืนนี้อากาศดีจัง^^.

Advertisements

One thought on “แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day2

  1. ชอบตอนที่คนเขียนกินขนมจีน”น้ำยาหยวกกล้วยอ่ะ” บรรยากาศดีไม่เปลี่ยนจากครั้งแรกเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s