แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day3

ตื่นเช้าขึ้นมาถึงกับตะลึง!! หมอกขาวโพลนลอยคลุ้งเต็มแม่น้ำ ไม่รีรอคว้ากล้องออกไปเก็บภาพ

บรรยากาศยามเช้าสังขละบุรี

แสงเช้าวันใหม่โผล่มาแล้ว

วิวพระอาทิตย์ยามเช้าสังขละบุรี

อากาศกำลังดีเลย

หมอกลงยามเช้าสังขละบุรี

ทิ้งท้ายด้วยสัญลักษณ์การค้าของสังขละบุรี มาที่นี่จะเห็นเป็นเรื่องปกติ

เครื่องหมายการค้าสังขละบุรี

แม้ที่โรงแรมจะมีอาหารเช้าบริการฟรี แต่ขอลองชิมโจ๊กริมสะพานไม้สักหน่อยละกัน เดี๋ยวเค้าว่ามาไม่ถึง ธรรมดา 15 ใส่ไข่ 20 บ.

แดดเช้ามาแล้ว นั่นกินมื้อเช้าง่ายๆริมสะพานไม้

รองท้องแล้วกลับมาจัดหนักที่รีสอร์ทอีกรอบนึง แพ็คกระเป๋าแล้วออกเดินทางต่อ จุดหมายต่อไปคือไฮไลท์ของทริปนี้ นั่นคือ น้ำตกไทรโยคใหญ่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเคยถูกใช้เป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ร่องรอยข้าวของเครื่องใช้จึงยังหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าน เช่น เตาหุงข้าว นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก นั่นคือ ค้างคาวกิตติ

การเดินทางจากกรุงเทพ รถโดยสารขึ้นที่หมอชิตนั่งสายด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนรถตู้ขึ้นที่หมอชิตหรืออนุสาวรีย์มาลงบขส.กาญจนบุรี แล้วต่อรถตู้หรือรถโดยสารกาญจนบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ รถจะมาจอดหน้าปากทางเข้าอุทยาน จากนั้นต้องเหมามอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือโบกรถเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 4 กม. เป็นถนนลาดยางเล็กๆที่ค่อนข้างคดเคี้ยว

สองข้างทางเข้าอุทยานรายล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่นสวยงามมาก ยิ่งมาช่วงปลายฝนแบบนี้ มองไปทางไหนก็เขียวชอุ่มเหมือนอยู่ในอุทยานแถบเชียงใหม่ อากาศดีมากจนต้องปิดแอร์แล้วลดกระจกลงเพื่อรับโอโซนบริสุทธิ์

ทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคใหญ่

ค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่คนละ 40 บ. เด็กคนละ 20 บ. เส้นทางเดินเข้าสู่น้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถและร้านค้า

อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยคใหญ่

เดินไม่นานก็จะเจอน้ำตกเล็กๆแบบนี้

สายน้ำไทรโยคใหญ่

จุดชมวิวซึ่งต้องออกแรงเดินนิดนึง ระยะทางประมาณ 1 กม.+นิดๆ ระหว่างทางจะเห็นร่องรอยค่ายพักแรมของอดีตทหารญี่ปุ่น

ปล.ตรงจุดนี้จะมองไม่เห็นน้ำตกไทรโยค ส่วนจุดชมวิวอีกจุดนึงที่มองเห็นตัวน้ำตกจะต้องเดินย้อนกลับไปข้ามสะพานแขวนไทรโยค

จุดชมวิวน้ำตกไทรโยคใหญ่

มุมมองจากบนสะพานแขวนไทรโยคลงมาทางด้านขวามือ มีที่พักให้เลือกมากมาย ด้านขวามือหลังคามุงหญ้านี่คือท่าเรือเพื่อต่อไปยังแพที่พัก ถัดไปเป็น Saiyok View River Kwai Kanchanaburi ฝั่งตรงข้ามหลังคาสีส้มลิบๆนั่นคือ Krit Raft House ทำเลดีเพราะตั้งอยู่ตรงข้ามน้ำตก มองเห็นชัดเจน

ที่พักแพน้ำตกไทรโยค

ขณะที่ด้านขวามือดูครึกครื้น ด้านซ้ายมือกลับดูเงียบสงบลงตัว

IMG_0602

เมื่อเดินข้ามสะพานแขวนไทรโยค จะมีบริการนั่งเรือชมน้ำตก ราคาเหมาลำละ 400 บ. นั่งได้ 8 คน ถ้ามากันเยอะๆนี่ถือว่าคุ้มเลย เดินขึ้นเนินไปอีกหน่อยจะมีจุดชมวิวที่น้ำตกไทรโยคเล็ก ช่วงที่ไปอยู่ระหว่างการปรับปรุง โดนต้นไม้บังแทบมิด เกือบไม่เห็นน้ำตก

IMG_0606

เดินถ่ายรูปเล่นจบรอบอุทยานก็เที่ยงพอดี ที่นี่มีร้านค้าหลายร้านให้เลือกสรร ราคาไม่แพง รสชาดอร่อยถูกปาก โดยเฉพาะส้มตำและไก่ย่าง อร่อยเข้าเนื้อดีจริง ถ้าจำไม่ผิดชื่อร้านรสดี

ร้านอาหารริมอุทยานแห่่งชาติไทรโยคใหญ่

เมื่ออิ่มท้อง ก็พร้อมลุยสถานีต่อไป ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการเดินทางนี้ นั่นคือ Saiyok View Raft แพพักบรรยากาศดีท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบริมแม่น้ำแคว ธรรมชาติจริงๆเพราะต้องนั่งเรือจากท่าเรือผ่านโค้งน้ำตกเลาะเลียบริมผา ในช่วงเทศกาลต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆเลยทีเดียว ครั้งนี้ผมจองล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ คิดเป็นหัว หัวละ 1,200 บ. รวมค่าเรือรับ-ส่ง อาหารเย็น-เช้า และกิจกรรมล่องแพลากเล่นน้ำตกไทรโยคใหญ่ ถ้าไม่ต้องการกิจกรรมก็ต่อรองได้ ทางรีสอร์ทจะมีเรือมารับที่ท่าเรือ พอผมไปถึงก็ออกเรือทันที ตั้งใจมารับผมโดยเฉพาะ ประทับใจมาก

วิวสองข้างทางสวยซะจนผมต้องหยิบกล้องออกจากกระเป๋ามาเก็บภาพ สถานที่สวยๆดีๆก็มีในเมืองไทยไม่ต้องไปไหนไกลหรอก ฝรั่งตาน้ำข้าวหอบกระเป๋าข้ามน้ำข้ามทะเลมาเที่ยวที่นี่ แต่คนไทยกลับมองข้ามกันไป

มุมซ้าย

นั่งเรือล่องแม่น้ำแควน้อย

มุมขวา

River Kwai

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-10 นาทีก็มาถึง Saiyok View Raft ชนาดไม่ใช่เทศกาลแต่สังเกตุได้ว่า เกือบเต็มทุกห้อง ทางรีสอร์ทกำลังสร้างห้อง private เพิ่มอีกประมาณ 3-.4 หลัง พอเช็คอินเสร็จก็เก็บสัมภาระเข้าที่ ทีแรกกะว่าจะโดดน้ำหน้าห้องพักให้ฉ่ำปอดแต่น้ำใหลเชี่ยวมากจนต้องยกเลิกความคิด

ที่พักไทรโยควิวราฟท์

4 โมงเย็นมีกิจกรรมล่องแพลากไปเล่นน้ำตกไทรโยคใหญ่ ถึงเวลาลุยแล้ว (คายัคในรูปให้บริการฟรี)

กิจกรรมล่องแพน้ำตกไทรโยค

ลากมาจ่อหน้าน้ำตกกันเลยทีเดียว เด็กๆพากันวิ่งเข้าหาน้ำตก แรงมากซะจนตัวผมแทบเซ 555

IMG_0513

จุดแอ็คติ้งถ่ายรูปพื้นหลังเป็นน้ำตกไทรโยคใหญ่ แพจะจอดให้เล่นน้ำประมาณ 20-30 นาที ระหว่างนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวของรีสอร์ทอื่น ซึ่งส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ ลอยล่องมาตามกระแสน้ำ เห็นแล้วอิจฉามว๊าก จริงๆขากลับทางรีสอร์ทจะปล่อยให้ลอยกลับรีสอร์ท แต่คณะผมไม่มีใครลอยกลับสักคน ผมเลยพลอยอดไปด้วยเลย – -*

IMG_0531

กลับมาถึงรีสอร์ท มาเล่นน้ำที่สระต่ออีกจนตะวันเกือบลับขอบฟ้าแล้วจึงเข้าห้อง อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย น้ำในห้องน้ำใหลแรงได้ใจเหมือนอยู่บนบกเลย พอเริ่มมืดก็ออกมากินมื้อเย็น

Saiyok View Raft ตอนเย็น

เป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ตักไม่อั้น แม่ครัวฝีมือดีมาก อร่อยมากๆ อร่อยทุกอย่าง มีห่อหมกปลาคัง ไก่ผัดมะม่วงหิมพานต์ ผัดยำฟักแม้ว ซุปหน่อไม้ และผัดเผ็ดปลาคังสูตรไทรโยค เนื้อปลาคังอร่อยและสดมาก เด็กเสิร์ฟ(พูดไทยมะค่อยชัด)บอกว่าจับมาได้ก็ทำเป็นอาหารเลย ถ้าตีเป็นเกรด ผมก็ให้เกรด A เลย โต๊ะข้างก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย(หรือเพราะหิวก็ไม่รู้)

รายการอาหารเย็น Saiyok View Raft

มาดูบรรยากาศยามค่ำคืน บริเวณล็อบบี้ สามารถไปนั่งเล่นเน็ต นั่งดริ๊งค์ ดูทีวี หรือจะสั่งอะไรมาทานเล่น เช่น ไอติม หรืออะไรร้อนๆเข้ากับสภาพอากาศเย็นๆก็ดูเข้าที

แนะนำ : ควรพกสเปรย์กันแมลงหรือยุงมาด้วย

บรรยากาศ Saiyok View Raft ตอนกลางคืน

Saiyok View Raft Counter Bar ตกแต่งด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่เข้ากับลักษณะของตัวแพ เสียดายมากๆที่ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษา ผมเลยไม่ได้สั่งเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์มานั่งจิบ ต้องดูคนอื่นเขาตาปริบๆ เข้านอนแบบระทวยทมนิดๆ

Saiyok View Raft Bar

Advertisements

2 thoughts on “แบกเป้เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืน_Day3

  1. สวยจัง….น่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไปจังเลย ชอบตรงที่ใช้น้ำตกเป็นฉากหลังถ่ายรูปอ่ะ(ชื่อน้ำตกไรนไม่รู้)แต่ความคิดเข้าถ้าเลยทีเดียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s