สะพายเป้หลัง นั่งรถไปหลวงพระบาง #2

อรุณสวัสดิ์วังเวียง

วันนี้ตื่นเช้ามากโดยไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุก(ปกติเกือบเที่ยง) แอบดีใจที่เมื่อคืนรอดน้ำป่ามาได้ ล้างหน้าล้างตาคว้ากล้องเดินเดี่ยวเดินออกมาสูดอากาศเช้าวังเวียง ท้องฟ้าเมฆครึ้มดำขมุกขมัว รอบตัวชุ่มฉ่ำ ใบไม้มีละอองฝนเกาะอยู่ ผืนดินเปียกชื้น กระแสน้ำใหลเชี่ยวมากขึ้น ไอหมอกยังคงแผ่ปกคลุมกลืนกินปลายยอดเขาอยู่เช่นเดิม คุ้มค่ากับการตื่นเช้ามากๆ

Song River

 

เมื่อเดินออกมาตามถนนเส้นหลัก ร้านรวงต่างๆทยอยเปิดบ้างแล้ว เจ้าชายฯเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆแทนที่จะหาเช่าจักรยานสักคัน เพราะการเดินเป็นจังหวะการเดินทางที่ช้าที่สุด ได้สัมผัสรายละเอียดในทุกๆก้าว ได้เห็นมุมมองบางมุมที่อาจไม่ได้เห็นถ้าขี่จักรยาน

เช้าๆแบบนี้ นักท่องเที่ยวยังคงหลับใหล คงจะมีแต่ชาวบ้านที่ตื่นมาดำเนินชีวิตของแต่ละคน เด็กน้อยตัวกระจ้อยร่อยออกมาวิ่งเล่น ม้าถูกปล่อยออกมาเล็มหญ้าอ่อนกลางสนามหน้าโรงเรียน

Laos Horse

 

ที่อยู่อาศัยทำด้วยไม้ ใต้ถุนยกสูง มีไก่สองสามตัวคุ้ยเขี่ยดินหาอาหาร  ฝาประตูบางหลังตีด้วยไม้แผ่น หลังไหนที่ฐานะไม่ค่อยดีจะใช้ตอกสานแทน มีแหว่งบ้างโหว่บ้างแต่ก็พอบังลม บังฝน หลังคามุงด้วยสังกะสีผุกร่อน รูปทรงคล้ายๆกันหมดทุกหลังแบบในรูป หลายๆหลังเริ่มมีควันไฟลอยออกมา …ไม่ใช่ไฟไหม้นะ แต่ผู้หญิงเค้าจะหุงหาอาหารตระเตรียมมื้อเช้า

บ้านทรงโบราณ

 

ส่วนผู้ชายจะออกไปหาปูหาปลาตามแม่น้ำแห่งชีวิต…แม่น้ำซอง

วิถีชีวิตคนลาว

 

โรงพยาบาลเล็กๆประจำอำเภอ

โรงพยายาลวังเวียง

 

ป้ายทะเบียนกิ๊บเก๋

ป้ายทะเบียนรถลาว

 

บริษัททัวร์รวบรวมเรือยางไว้บริการนักท่องเที่ยวตอนสาย

IMG_3068

 

รู้สึกสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงวิถีชีวิตของขาวบ้านที่นี่ เป็นไปอย่างราบเรียบปราศจากการปรุงแต่ง อัธยาศัยของผู้คนที่นี่เป็นสิ่งดึงดูดนักเดินทางต่างแดนให้เข้ามาสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าตื่นสาย คงจะไม่ได้พบเสน่ห์เหล่านี้เป็นแน่แท้

เมื่อเดินไปจนสุดถนนเส้นหลักจึงเลี้ยวขวาเข้าดูวัดวาอารามบ้าง

IMG_3090

 

รวมๆแล้วก็เหมือนๆวัดบ้านเราแถบชนบทเลย

Vangvieng Temple

 

เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไป 2 ชม.แล้ว หาอะไรกินดีกว่า เช้าๆแบบนี้ต้องเฝอร้อนๆ เหลือบไปเห็นร้านเฝอมุงเพลิงเล็กๆ เจ้าของร้านกำลังจัดเตรียมเครื่องปรุงรสมาวางหน้าร้าน ควันในหม้อต้มน้ำซุปลอยคลุ้ง โชยกลิ่นให้รู้ว่ากำลังเดือดได้ที่ ขอเลือกร้านนี้เลยละกัน หวังว่าคงจะได้รสชาดแบบบ้านๆ มีรายการอาหารเรียงรายเขียนไว้บนแผ่นไม้เก่าๆมีทั้งภาษาลาวและภาษาอังกฤษ “เฝอหมู มาม่าถ้วยนึง” เจ้าชายฯสั่งออกไปสำเนียงไทยๆโดยไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะเข้าใจหรือเปล่า พ่อค้าทำหน้ารู้เรื่อง เดินปรี่หายเข้าไปในบ้าน

IMG_3089

 

เครื่องปรุงรสแต่ละยี่ห้อล้วนมาจากประเทศไทยของเราแทบทั้งสิ้น ยกเว้นขวด “แป้งนัว” หรือขวดผงชูรสนั่นเอง คนลาวนิยมบริโภคผงชูรสเป็นชีวิตจิตใจชนิดที่ว่าต้องมีรวมอยู่ในเครื่องปรุงรสให้เติมได้อย่างจุใจ

PHO

 

ยังใช้วีถีการต้มน้ำซุปแบบดั้งเดิม ด้วยความที่เป็นลูกค้ารายแรกของวัน แกจัดหมู เห็ด เป็ด ไก่+สารพัดผัก ที่สำคัญใส่ปลาหมึกอบแห้งมาให้ด้วย (ของทะเลถือเป็นสินค้าราคาแพงสำหรับชาวลาวเพราะประเทศไม่มีอาณาเขตติดทะเล) แกจัดการหั่นผักกำใหญ่เบิ้มแล้วใส่ลงไปในน้ำต้มเดือด แล้วผักกำนั้นก็แฟบลงเต็มถ้วยพอดิบพอดี ไม่นานเฝอถ้วยเบ้อเริ่มกลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ขอกลืนน้ำลาย 1 ที ก่อนจะจัดการสิ่งที่อยู่ในชามจนเกลี้ยง เช้าวันนี้ดีแท้แล

IMG_3094

 

ระหว่างเดินกลับที่พัก ได้แวะถามที่พักหลายๆแห่ง ที่ถูกใจที่สุดคือเฮือนพักสุกสมบูน เห็นวิวแม่น้ำซอง 180 องศา มีไวไฟ ราคาไม่แพง เป็นศูนย์รวมแบ็คแพ็คเกอร์จากทุกมุมโลก เป็นบ้านคนอยู่จริงแล้วต่อเติมเป็นเกสต์เฮ้าส์ ได้มีโอกาสคุยกับคุณลุงเจ้าของที่พัก แกอายุราว 60 กับอีกเศษๆ เพียงแค่พูดคุยกับแกไม่กี่คำ แกก็ถามกลับมาว่า “เป็นคนเหนือหรือเปล่า?” ถามไปถามมาสรุปว่าแกเคยไปใช้ชีวิตช่วงนึงอยู่ที่เชียงใหม่แล้วย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศสนานถึง 20 ปี ก่อนย้ายกลับมาบ้านเกิดหลังสงครามในประเทศลาวสงบลง สำเนียงการอู้เหนือของแกใช้ได้ดีทีเดียว แม้จะไม่ได้พูดมาหลายสิบปีก็ตาม ที่เฮือนพักแห่งนี้ กลุ่มเราเป็นชาวเอเชียเพียงกลุ่มเดียว ที่เหลือมาจากยุโรป อเมริกา และอเมริกาใต้

เช้านี้หาอะไรกินง่ายๆจากรถเข็นขายอาหารพื้นบ้าน

อาหารลาว

 

เชื่อไหมว่า บรรยากาศนั้นช่วยทำให้รสชาดอาหารดีมากขึ้นขอบอก นาทีนี้ไม่อยากจะไปไหนแล้ว นั่งอ่านหนังสือ, จดบันทึกซะเพลินเลยทีเดียว เสน่ห์ของเมืองเล็กๆแห่งนี้เล่นเอาเจ้าชายตกหลุมรักไปเต็มๆ

วิวที่พักสุขสมบูรณ์

 

สายฝนเริ่มเทลงมา ทำให้อากาศที่เย็นอยู่แล้ว ยิ่งเย็นขึ้นไปอีก อากาศดีๆแบบนี้ ต้องถ่ายรูปสิคร้าบ

เฮือนพักสุกสมบูน

 

ฝนตกๆหยุดๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่งอ้อยอิ่งกันอยู่ เผลอแป๊บเดียวผ่านไปจะ 3 ชม.แล้ว! เพื่อนเริ่มสะกิดให้ออกไปเที่ยวที่อื่นบ้าง เลยออกไปหาเช่ามอเตอร์ไซด์มาขี่เที่ยว เป็นเกียร์ธรรมดา ราคาคิดเป็นเงินไทย 150 บ. เติมน้ำมันเอง หน้าตาเหมือนฮอนด้า เวฟเด๊ะๆ แต่สัญชาติจีน! เบาะยังเปียกอยู่เลย ก่อนอื่นต้องขับไปเติมน้ำมันนอกเมืองก่อน หาไม่ยาก ถามชาวบ้านแถวนั้นเอาก็ได้

เช่ามอเตอร์ไซด์วังเวียง

 

ได้เวลาสำรวจวังเวียง

มาเริ่มตะลุยวังเวียงหน้าฝนกันเลยดีกว่า บรรยากาศดีมากกกกๆๆๆๆๆๆ

เที่ยววังเวียงหน้าฝน

 

ตู้เอทีเอ็มวังเวียง

ATM Laos

 

กางแผนที่มุ่งหน้าสู่น้ำตกกันเลย ความสุขและเมฆลูกใหญ่กำลังรอเราอยู่เบื้องหน้า

ขี่รถเที่ยววังเวียง

 

นั่นไง! พวกแก๊งฝรั่งก็กำลังเตรียมตัวจะไปกันแล้ว เจอกันที่ปลายทางนะมาดาม

IMG_3109

 

จุดหมาแรกก็คือสะพานข้ามแม่น้ำซอง เสียค่าข้ามด้วยนะ 2,000 กีบ สะพานนี้เป็นสะพานเชื่อมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆอีกหลายจุด ทั้งถ้ำและน้ำตก วิญญาณลิงเข้าสิงร่าง!

สะพานข้ามแม่น้ำซอง

 

ไปชมวิวที่มองมาจากบนสะพานกันดีกว่า

Vangvieng view

 

เรือน้อยลำนี้อาจหาญทวนกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก

River song view point

 

บุกตะลุยกันต่อ

พอข้ามสะพานไป จุดมุ่งหมายต่อไปของเราคือ บลู ลากูน สระน้ำสีเขียวอมฟ้าอันลือชื่อของวังเวียง ถ้าไม่ได้มาที่นี่เหมือนมาไม่ถึง และเราก็เป็นหนึ่งในกรุ๊ปที่ไปไม่ถึงสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากถนนในฤดูฝนนั้นเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะขี่มอเตอร์ไซด์อัดสามฝ่าสรภูมินรกเข้าไป จึงตัดสินใจเลี้ยวกลับ

วังเวียงหน้าฝน

 

ระหว่างนั้นเห็นเด็กน้อยเล่นน้ำกันอยู่ เลยนึกสนุกอยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เราจึงขอแจมเล่นน้ำกับเด็กๆ ตรงสะพานไม้นั่นแหละที่เราจะไปร่วมกระโดดน้ำ

เล่นน้ำซองกับเด็ก

 

นายแบบตัวน้อยของเราให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บอกให้โดดท่าโน่นท่านี่ก็จัดให้ไม่มีบ่น เห็นรอยยิ้มอันใสซื้อไร้จริตของเขาทั้งสอง พลอยทำให้นึกถึงตัวเองในช่วงเยาว์วัย อยากทำอะไรก็ทำ ปล่อยชีวิตให้เป็นอิสระ ไม่ต้องคิดอะไรมากมายเหมือนผู้ใหญ่

เล่นน้ำกับเด็กๆวังเวียง

 

คราวนี้เป็นตาของเด็กโข่งจอมพเนจรบ้างล่ะ 555

Swimming in Vangvieng

 

น้ำเย็นชื่นใจดีแท้ บรรยากาศก็สุดๆ สายน้ำกับทุ่งนาเขียวสด กระแสน้ำใหลเชี่ยวพอสมควร เด็กๆพวกนี้อายุแค่ไม่กี่ขวบแต่ว่ายน้ำแข็งพอดู พายเรือเก่งอีกด้วย รู้สึกอิ่มเอมราวกับว่าได้ย้อนอดีตกลับไปเป็นเด็กจริงๆ  และยังรู้สึกคุ้มค่าที่ได้มาสัมผัสชีวิตจริงๆของเด็กๆที่นี่ ซื้อทัวร์แพงๆยังไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำกับเด็กๆแบบนี้เลย

Children in Vangvieng

 

เสร็จสิ้บภาระกิจฉ่ำปอด ไปต่อกันที่ถ้ำจัง เส้นทางก็เละพอๆกันกับบลู ลากูนเลย แต่ระยะทางใกล้กว่า เสียค่าธรรมเนียม 15,000 กีบ ก็จะเจอสะพานสีแดงๆแบบนี้ แน่นอนว่าหน้าฝนแบบนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว กลุ่มเราเลยไม่เสียค่าธรรมเนียมเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่เก็บเงิน

สะพานแดง

 

หลังจากนี้ไม่อนุญาตให้นำรถเข้า ต้องจอดเดิน ระยะทางไม่ไกลแล้ว มาเที่ยวถ้ำแต่เราไม่ได้เข้าถ้ำกันเลย เล่นน้ำอย่างเดียว ทางอุทยานฯทำสะพานเดินเชื่อมไปยังจุดต่างๆ บางสะพานก็หักเพราะโดนกระแสน้ำพัดพาไป ถ้าไม่ใช่หน้าฝน น้ำในสระจะเป็นสีฟ้าอมเขียว

ถ้ำจัง

 

ที่สระใหญ่มีเชือกแขวนให้โหนตัวลงน้ำด้วย ใครที่ชอบโลดโผนไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เตือนว่าไม่ควรใส่กางเกงยาขาวโดดน้ำ เพราะพื้นล่างนั้นเต็มไปด้วยสาหร่าย ระวังใยสาหร่ายจะไปพันแข้งพันขา และแล้วสวรรค์ก็ทรงโปรด ส่งสาวน้อยมาเล่นน้ำเป็นเพื่อนเจ้าชาย ฮ่าๆ สรุปแล้วสระนี้มีแค่กลุ่มเราสามคน กับกลุ่มสาวน้อยอีกสามคน…ม่วนซื่น

IMG_3350

 

ได้กินอาหารไทยในวังเวียง

เย็นนี้ฝากท้องไว้ที่ร้านเวียงธารา ทำไมต้องร้านนี้น่ะหรอ? ก็เพราะหน้าร้านมีคำว่า “อาหารไทย”  ติดอยู่หน้าร้าน …แน่นอน เจ้าของร้านเป็นคนไทย แกหลบหนีความวุ่นวายในกรุงเทพฯมาเปิดร้านเล็กๆในเมืองน่าอยู่แห่งนี้ได้ปีกว่า

Viengthara

 

ทำไมถึงเลือกวังเวียง? หนึ่งในกลุ่มเราถามอย่างสอดรู้สอดเห็น พี่ผู้ชายตอบว่า แฟนแกชอบวังเวียง ชอบทำอาหารและชอบลิ้มลองรสชาดของกาแฟ แกจึงลงทุนเปิดร้านขายอาหารและกาแฟสด ต่อมาได้ลงทุนทำที่พักเพิ่มเติม (ราคาถูกกว่าที่พวกเราพักอยู่เสียอีก) ซึ่งก็ดูเหมือนว่ากิจการกำลังไปได้ดี เสียตรงที่ทำเลร้านมันไกลจากใจกลางเมืองไปหน่อย

การที่เราได้พบปะพูดคุยกับผู้คนต่างถิ่นต่างอาชีพทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตตัวเองมากยิ่งขึ้น ได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป คุณว่าจริงไหม? ถ้าอยากอุดหนุนคนไทย ร้านอยู่ใกล้ๆกับวังเวียงริเวอร์ไซด์ อยู่ริมทางลงสะพานเลย สั่งเบียร์สองขวดแถมเฟร้นฟรายด์ฟรี 1 ที่

IMG_3389

 

มองออกมาจะเห็นวังเวียง ริเวอร์ไซด์

Vangvieng River Side

 

ดูท่าทางพวกเธอสนุกสุดเหวี่ยงหลังจากได้ทำกิจกรรม Tubing เห็นละอิจฉาจริง

Tubing Vangvieng

 

ฝนพรำลงมาอีกแล้ว  อากาศแบบนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งจิบเบียร์เขียนบันทึก แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงงดเหล้าเข้าพรรษาเพื่อแม่ เลยได้แต่นั่งจดบันทึกอย่างหงอยๆ

บันทึกวังเวียง

 

ชีวิตยามค่ำคืน

หลังจากนั้นพวกเราก็นำรถไปคืนเพื่อแลกกับ Passport ที่เค้าขอเก็บเอาไว้ อาบน้ำอาบท่่าเตรียมตัวตระเวนราตรีกันบ้าง เราเดินเลาะทางเดินแคบๆท่ามกลางสายฝนพรำ ได้ยินเสียงอึกทึกมาแต่ไกล พอเดินตามไปจึงพบว่าเราได้มาถึงบาร์กลางน้ำอันโด่งดัง ตั้งอยู่บนเกาะ โอบล้อมด้วยสายน้ำซองนามว่า Bucket Bar จินตนาการได้ว่าเสมือนปาร์ตี้ฝรั่งเอาท์ดอร์ มีโต๊ะสนุ๊กฯกลางแจ้ง มีบาร์ มีเวที ปาเป้า และอีกสารพัดอย่าง มันคงครื้นเครงน่าดู ผิดกับตอนนี้ที่เงียบเหงาเพราะสายฝน มีฝรั่งนั่งอยู่ด้านใน 2-3 โต๊ะ พวกเราจึงหันกลับลองเข้าไปดูบาร์ในเมืองดีกว่า และก็ได้พบกับ Q-Bar ผับที่เด็กเสิร์ฟแนะนำเมื่อวันก่อน มองเข้าไปข้างในคนแน่นเลย มีกลุ่มสาวๆหน้าตาเหมือนชาวออสซี่ยืนอยู่หน้าร้านยื่นเหล้าเพียวมาให้เราดื่ม เจ้าชายฯปฏิเสธเพราะอยู่ในช่วงงดเหล้า แต่เธอก็คะยั้นคะยอให้อยู่นั่นแหละ เพื่อนอีกคนก็เลยอาสายกดื่มแทน พวกเธอชวนคุยเล็กๆน้อยๆ แต่ทำให้เราเสียดายไม่น้อย “พวกยูล่องห่วงยางกันหรือยัง?” พวกเราตอบว่า “ยัง” เธอสวนกลับทันควัน “Are you crazy?”…บ้าหรือเปล่า! มาวังเวียงทั้งทีแต่ไม่ได้ล่องห่วงยาง(Tubing) พวกเอ็งทำ(หร่า)ไรกันอยู่?

เราเลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ด้านนอก สั่งเบียร์ลาวมากินแก้เขิน นั่งได้ไม่นานสายฝนก็ไล่ให้เราไปอยู่ด้านใน ภายในเป็นห้องที่ทำขึ้นมาง่ายๆออกแนวสกา(สกปรก) ในร้านมีแต่ฝรั่ง เจ้าของร้านเป็นกลุ่มวัยทีนที่ลงขันเปิดบาร์และรับนำกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศเที่ยววังเวียง เพลงที่เปิดในร้านส่วนมากเป็นเพลงบรรเลงจังหวะมีทั้งดิสโก้และแดนซ์ พวกฝรั่งเต้นโยกหัวโยกไหล่พอมันส์ ส่วนพี่ไทย(พวกเรา)ออกแนวเต้นแร้งเต้นกา ส่วนเจ้าชายขอนั่งดูเงียบๆสงบเสงี่ยมเพราะไม่ได้ดื่ม แต่ก็ไม่วายมีฝรั่งมาขอชนขวด(ที่นี่สั่งกันเป็นขวดถือเดินไปมา ไม่ใส่แก้ว) เลยต้องยกขวดเปล่ามาชน แล้วแกล้งทำท่ายกดื่ม /ลำบากไปมั๊ย/ สักพักก็มีอีกคนมาขอชนขวดแล้วบอกว่า

“ไอจำยูได้ ไอซียูที่สะพานไม้”

“อือฮึ” เจ้าชายกระแดะทำเสียงสั้นๆในลำคอเลียบแบบฝรั่ง

“เมื่อกี๊เราก็เดินสวนกันที่ราน Bucket Bar ยูไม่เห็นไอหรอ…ที่กางร่มอ่ะ” ฝรั่งพล่ามต่อทำให้นึกออกขึ้นมาทันที นั่งคุยกันสักพักก็ได้รู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมอีกข้อ คือ พวกฝรั่งเวลาไปเล่นน้ำล่องห่วงยางหรือทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ พอตกค่ำก็จะเที่ยวกันต่อเลยแล้วค่อยกลับห้องอาบน้ำทีเดียว ส่วนชาวเอเชียชอบกลับห้องไปอาบน้ำแต่งองค์ทรงเครื่อง เตรียมชุดเดรสออกไปดินเนอร์หรือชุดเซ็กซี่ไปแด๊นซ์ในผับ ที่ต่างกันเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะแถบยุโรปเป็นเมืองหนาวไม่ค่อยอาบน้ำบ่อย ส่วนเอเชียเป็นเมืองร้อน คนเอเชียเลยชอบอาบน้ำบ่อย โอว้!.. โม้มาซะยาว กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า เรานั่งดื่มกันต่อไม่ดึกนักจึงบอกลา Q-Bar เพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางไปหลวงพระบางแต่เช้า

Advertisements

One thought on “สะพายเป้หลัง นั่งรถไปหลวงพระบาง #2

  1. สวัสดึครับ

    ขออภัยที่ขอแก้ไขข้อมูลครับ
    ที่วังเวียง เริ่มมีร้านอาหารไทย ทำโดยคนไทย แห่งแรกและแห่งเดึยว ในวังเวึยง เมื่อเดือน พฤษภาคม 2556 นี้เอง ร้านชื่อ “วิมานวังเวียง” เป็นสวนอาหารติดริมน้ำซองตรงที่เด็กเล่นน้ำตรงสะพานใหญ่เสียตัง ข้ามสพานก็ถึง
    ร้านนี้ดังมาก กุ้ก 5 ดาวคนกรุงเทพฯ และอยู่เยอรมัน เลยเป็นร้านไทย-เยอรมัน เจ้าเดียว ต๊องจองโต้ะ ที. Vimanvangvieng@gmail.com

    เวียวธารา ทำโดยอ.จ.เศรษฐศาสตร์ จากเวียงจันทร์ ที่มีเมียไทย ลูกสาวถือสัญชาติไทย แกก็นิสัยไทยมาก ผมรู้จักแกดีเพราะอยู่ติดๆกัน ไปอุดหนุนก็ดีครับ

    แต่คนลาวไม่ชอบกระหรี่กับกะทิสด ของจริงต้องไป”วิมานวังเวียง” ที่เขาใช้สูตร”ชาววัง โบราณ ก่อน พ.ศ. 2500 ทำ”

    ยินดีต้อนรับสู่วังเวียงครับ
    จาก
    คนไทยรักลาว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s