เมื่อเจ้าชายฯงดเที่ยวป่า หันมาแบกเป้เที่ยวเมืองโตเกียว

ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ประเทศที่เจริญและมีความเป็น urban สูงเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความคิดที่จะไปเที่ยวเลย อย่างผมมันต้องออกแนว backpack & adventure เช่น ลาว, เขมร, เวียดนาม อะไรประมาณนี้

แต่เมื่อมีสปอนเซอร์รายใหญ่จัดแจงให้ “บินฟรี อยู่ฟรี” มีหรือจะไม่ไป?

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนเที่ยวป่าต้องมาเที่ยวเมือง? งกๆเงิ่นๆ หรือจะหลงกระจุยกระจาย?

ทริปนี้เตรียมตัวมาน้อยที่สุดเกี่ยวกับแผนการเดินทาง แต่เตรียมตัวมามากที่สุดสำหรับประวัติศาสตร์ความเป็นมา(ซื้อหนังสือมาอ่านหลายเล่ม) ถือเป็นการเดินทาง oversea ครั้งแรกของชีวิต และเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งสายการบินไทย เลยได้รู้ว่า Air hostage แต่ละคนรุ่นใหญ่ทั้งนั้น

ใช้เวลาบนเครื่องไป 4 ชม. ดูหนังเพลินๆแป๊บเดียวก็ถึงละ

แจ็คพ็อต โดนค้นกระเป๋า!

พอถึงญี่ปุ่น พบเจ้าหน้าที่ตม.ญี่ปุ่นยิ้มแย้มแจ่มใส การจัดการเรื่องการต่อแถวเข้าคิวดูเป็นระบบดี มีนักศึกษาฝึกงานเข้ามาอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับวิธีการกรอกเอกสารในแถวด้วย

ผ่านตม.มายังไม่ทันไรก็โดนตำรวจญี่ปุ่นขอตรวจค้นกระเป๋า เนื่องจากกระเป๋าเราเยอะมากจนผิดสังเกตุ และหน้าตาผม ดูเผินๆจะคล้ายๆกับเด็กติดยาในสลัม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2-3 คนเดินมาขอตรวจค้นด้วยความสุภาพ ไม่ขึงขังเหมือนหนังตำรวจตรวจสายลับรัสเซียเรื่อง SALT

พอเจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าดู ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ นอกจากเสื้อผ้า เสื้อผ้า และเสื้อผ้า เยอะจริงๆ ยังกะหอบจากสำเพ็งมาขายญี่ปุ่น

ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับฉากนี้ Cut เดียวผ่านเลย

ฉากต่อไปคือการเดินงมหาซื้อตั๋วและเส้นทางไปขึ้นรถไฟฟ้าเข้าโตเกียว หวั่นๆเหมือนกันว่ากลัวจะหลง งงเป็นไก่ตาแตก

ขอบอกเลยว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ในสนามบินมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน คนป่ามาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกอย่างผมยังหาเจอ

ในส่วนของรายละเอียดการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่โตเกียวนั้นมีให้เลือกเยอะมากๆ มากซะจนเลือกไม่ถูก แนะนำให้ดูจากโบรชัวร์ที่วางให้หยิบฟรี หยิบมาหลายๆอันแล้วลองมาเปรียบเทียบกันดู บางบริษัททำเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วย

เราเลือกราคากลางๆซึ่งรถจะวิ่งอ้อมนิดนึง เดินๆไปตามป้าย เดี๋ยวก็จะเจอชานชาลาเอง ใช้เวลาเดินทางสู่โตเกียว 1.45 ชม.

หลงเมืองกับสาวออฟฟิศญี่ปุ่นน้ำใจงาม

19:00 รถไฟขบวนนี้จะเรามาส่งสถานีอูเอโนะ เป้าหมายต่อไปของเราคือเดินงมหาโรงแรมที่จองไว้

เราตุเลงลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบยักษ์ที่ขนมาจากสำเพ็ง โดยไม่รู้เหนือ ใต้ ออก ตก

สารภาพเลยว่า “ไม่รู้จะไปทางไหน” ไปไม่ถูกจริงๆ

แหงนขึ้นมองป้าย พบว่าสถานีอูเอโนะมีทางออกมากกว่า 4 ทาง แล้วเราควรไปออกทางไหน?


แผนผังรถไฟใต้ดินโตเกียว ดูงงๆ ยังกะใยแมงมุม แต่จริงๆไม่ยาก

แผนที่รถไฟใต้ดินโตเกียว


เรายืนปรึกษากัน เอาแผนที่ออกมากาง เผื่อช่วยอะไรได้บ้าง แต่ก็ไม่เลย

“ถามสิ ถามสิ ปากมีไว้ถาม” พี่สาวบอกให้ผมเข้าไปหาถามใครสักคน

ผมยืนเก้ๆกังๆ มองออกไปรอบๆ ทุกคนเดินอย่างเร่งรีบราวกับว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายกำลังจะหมดลงในอีก 5 นาที

ผ่านไป 2 นาที ผมยังยืนนิ่งดังต้องมนต์คำสาปราชินิเอลซ่า

พี่สาวผมเห็นท่าทีคงไปไม่รอด เลยเดินเข้าไปถามเอง เป็นสาวออฟฟิศอายุราว 30 เศษ หุ่นดี สูงประมาณ 170 ผมสีดำยาว ถือกระเป๋าโน้ตบุ๊คสีดำ ดูท่าทางเร่งรีบเพราะเธอเดินเร็วมาก

พี่สาวผมปรี่เข้าไปหาเธอเหมือนหน่วยกามิกาเซ่ เธอหยุดเดินและขอดูข้อมูลแผนที่โรงแรม

ผมยืนลุ้นอยู่ห่างๆ แอบสังเกตุดวงตาเธอเบิกโพลง หัวคิ้วทั้งสองข้างลดระดับต่ำลงขณะอ่านแผนที่ มันทำให้ผมนึกถึงหนังจีนเรื่องคมเฉือนคม ฉากที่พระเอกอ่านไพ่คู่ต่อสู้จากดวงตา แต่ตอนนี้ผมไม่สามารถเดาได้ว่า เธอจะไขปัญหาให้เราได้หรือไม่?

เธอยืนมองแผนที่อยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ถือแผนที่ไปถามตำรวจท่องเที่ยว  ทั้งคู่คุยกันอยู่พักนึง ก่อนที่ตำรวจท่องเที่ยวจะส่ายหัวแทนคำตอบ เธอจึงเดินกลับมาหาเรา

เธอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการควักโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโรงแรมที่เราจองไว้ ผมนี่ประทับใจมากๆเลย

นึกย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมเคยโดนฝรั่งถือแผนที่เข้ามาถามหาโรงแรมที่จองเอาไว้ ผมเปิดแผนที่ดู พอไม่รู้จัก จึงตอบกลับไปว่า “Sorry, I don’t know.” แล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แน่นอนว่าผมจะทำเหมือนกับที่สาวออฟฟิศญี่ปุ่นน้ำใจงามทำกับเรา

สรุปคือต้องลากกระเป๋ากลับไปขึ้นรถไฟอีกรอบเพื่อไปลงสถานีอินาริโชะ

พอถึงอินาริโชะ เราเดินขึ้นสู่พื้นถนนรับอากาศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก บรรยากาศช่างน่าอยู่เหลือเกิน แม้เป็นหน้าร้อนแต่ช่วงที่เราไปมีพายุเข้า อากาศเลยเย็นสบาย


คนญี่ปุ่นเค้ามีรถไฟใต้ดินใช้มาเป็นสิบปีแล้ว แต่ตัวรถและตัวสถานียังคงสภาพใหม่เหมือนเพิ่งเปิดใช้

Tokyo Metro 10th


เราเดินลากกระเป๋ากันชิวๆ ข้ามถนนเล็กๆ 2-3 สาย เข้าซอยนั้นออกซอยนี้ราวกับคนพื้นที่ …แน่นอนสิ! เพราะเรารู้พิกัดคร่าวๆจากสาวออฟฟิศใจดีคนนั้นแล้ว โรงแรมชื่อ Hotel MyStays Ueno Inaricho ได้คะแนน 7.7/10 จากเว็บ agoda

พอเช็คอินเสร็จ ก็ออกมาเดินเล่นแถวๆโรงแรม ย่านนี้สงบอย่างเหลือเชื่อทั้งๆที่อยู่ห่างจาก downtown อูเอโนะเพียงแค่สถานีเดียว สามทุ่มนี่เงียบแล้ว เงียบแต่รู้สึกปลอดภัยนะ แสงสว่างริมทางมีอยู่อย่างพอเพียงไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นเล็กๆหรือเส้นหลัก เราเดินเลาะเส้นหลักมาเรื่อยๆ ร้านอาหารส่วนมากปิดแล้ว เหลือแต่ร้านสะดวกซื้อ และแล้วเราก็เจอร้านอาหารฟาสฟู๊ด 24 ชม. ตกลงปลงใจฝากท้องไว้ที่ร้านนี้เพราะขี้เกียจเดินแล้ว

ในร้านมีลูกค้านั่งอยู่ประปราย ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย เราเลือกโต๊ะโซนที่คนไม่เยอะ พนักงานเสิร์ฟเดินเอาเมนูมาให้แล้วจากไป (ไม่อยู่รอจดเหมือนไทย) ในเมนูมีทั้งอาหารญี่ปุ่นและฝรั่ง พอเลือกเสร็จก็กดกริ่งที่โต๊ะ พนักงานก็จะมารับออร์เดอร์ ส่วนเรื่องรสชาดอย่าถามดีกว่าเพราะไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ก่อนกลับเข้าที่พัก เราแวะร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทย นาม 7 Eleven ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านอาหาร เพื่อกักตุนเสบียงและขนมขบเคี้ยวสำหรับวันพรุ่งนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s