เมื่อเจ้าชายฯงดเที่ยวป่า หันมาแบกเป้เที่ยวเมืองโตเกียว#2

แสงสลัวทะลุลอดผ้าม่านสีทึมๆเข้ามาแยงตา ผมหันไปมองนาฬิกา

แม่เจ้า! เที่ยง! เวลาเที่ยวของผมวันนี้หายไปแล้วครึ่งวัน จะมัวช้าอยู่ใย? รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำ

วันนี้อากาศเย็นสบาย แม้จะเป็นเวลาบ่าย ท้องฟ้าเมฆเยอะ บดบังจนมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ ลมพัดเย็นโชย อุณหภูมิประมาณ 25 องศา สภาพอากาศเป็นแบบนี้ตลอดทั้งวัน เหมือนอยู่โซนเมดิเตอร์เรเนียน (ช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น แต่มีมรสุมพายุพัดเข้าทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ทำให้โตเกียวได้รับอิทธิพลไปด้วย) ถือว่าโชคดีที่ไม่เจออากาศร้อนแห้งแสบเหมือนที่ใครหลายคนเคยทำรีวิวไว้

 

อินาริโชะInaricho

 

 

ตู้กดน้ำในร้านโซบะ

Stand Soba Ueno

มื้อแรกของวัน กินอะไรง่ายๆที่ร้าน Stand Soba เป็นร้านเล็กๆขนาด 1 บล็อค อยู่หัวมุมถนน

เรายืนด้อมๆมองๆหน้าร้านอยู่สักพัก จึงเดินแทรกตัวผ่านม่านพลาสติกเข้าไปในร้าน

ภายในร้านมีลูกค้าคนญี่ปุ่นนั่งอยู่ 2 คน ด้านขวาเป็นกำแพงทึบ มีจอมอนิเตอร์ขนาดประมาณ 14” และภาพเมนูอาหารติดอยู่ตามผนัง ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์สูงประมาณอก มีพ่อครัว 2 คนยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หันหน้าหาลูกค้า ด้านซ้ายเป็นตู้กดน้ำและมีเมนูอาหารภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ (โชคดีที่ยังมีภาพประกอบ) แปะอยู่เต็มผนังดูรกๆเซอร์ๆ

ร้านโซบะ อูเอะโนะ

ผมยืนดูเมนูอาหารที่ทำด้วยกระดาษ A4 ปริ้นท์สีเคลือบพลาสติกอยู่พักนึง จึงบอกพ่อครัวด้วยการชี้นิ้วย้ำๆไปยังเมนูที่ต้องการ แล้วพ่อครัวก็ชี้กลับมาที่ตู้กดน้ำพร้อมร่ายภาษาญี่ปุ่นชุดใหญ่ใส่ผม (นี่หน้าตาตูเหมือนคนญี่ปุ่นขนาดนั้นเลยหรอ)

ผมยังยืนยันจะเอาเมนูนี้ด้วยการชี้ย้ำๆไปอีกครั้ง แต่พ่อครัวดูเหมือนจะไม่เข้าใจผม (หรือผมอาจจะไม่เข้าใจเขา)

เขาเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ แล้วบอกให้เอาเงินหยอดลงไปในตู้กดน้ำ

…พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่า มันไม่ใช้ตู้กดน้ำ! มันคือเครื่องออกตั๋วสั่งอาหารอัตโนมัติ

แต่ผมก็ใช้ไม่เป็นอยู่ดี !?!?!? ผมเลยยื่นเงินให้เค้าช่วยกดสั่งอาหารให้

พี่แกก็กดสั่งอาหารให้ผมและยังสอนวิธีการใช้ตู้กดน้ำ เอ้ย! ตู้สั่งอาหารให้ผมอีกด้วย

แกชี้ไปที่เมนูอาหาร เหนือเมนูอาหารจะมีตัวเลขกำกับอยู่ เพียงแค่จำตัวเลขมากดที่ตู้แล้วใส่เงินลงไปตามจำนวนหรือมากกว่า เครื่องก็จะออกตั๋วมาให้พร้อมกับเงินทอน

โอ้ มายย ….เวรี่ ซิมเปิ้ล

สั่งอาหารเสร็จ กลับมานั่งรออาหาร มองดู 2 พ่อครัวทำอาหารในพื้นที่แคบๆด้วยความชำนิชำนาญ เป็นการทำอาหารในรูปแบบของการฟีเจอริ่งที่ผมไม่เคยได้เห็นในไทย

อย่างเข่น การทำก๋วยเตี๋ยวถ้วยนึง เค้าช่วยกันทำ 2 คน คือ คนแรกลวกเส้นใส่ถ้วย อีกคนนึงตักน้ำซุบใส่ คนแรกเตาะไข่ลวกเทลงถ้วย อีกคนนึงวางผักแต่งโรยหน้า แล้วปิดท้ายด้วยคนแรกกลับมาเหยาะพริกไทยพร้อมเสิร์ฟทันที ทุกอย่างดูฉุบฉับหมุบหมับเหมือนเพลงแร็พ Eminem Feat. กับ Nickie Minaj แบบท่อนต่อท่อน

ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่าไอ้ที่ผมสั่งมันชื่ออะไรเพราะเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่น มีผักไรไม่รู้ ทอดกรอบ วางปกอยู่บนเส้นกลมๆหนาๆ มีหมูแปะอยู่ข้างๆ มีข้าวถ้วยนึง และน้ำซุบใสๆ มองดูแล้วจื๊ดจืดอีกถ้วยนึง

Soba

รสชาดน้ำซุบไม่ต่างจากที่คิดไว้ คือ “จืด” โดยรวมถือว่ากลางๆ ไม่อร่อยแต่อิ่มท้อง กับราคา 300 บ.ไทย

ราคานี้ก็ถือว่าเหมาะสมทีเดียวกับตำแหน่งเมืองที่ค่าครองชีพสูงอับดับ 6 ของโลก (ข้อมูลปี 2014) ถ้าเทียบกับก๋วยเตี๋ยวริมถนนในกรุงเทพฯ คิดแพงๆก็ชามละ 100

นั่นแปลว่า ค่าครองชีพที่โตเกียวสูงกว่ากรุงเทพฯบ้านเราถึง 3 เท่า!

 

สถานีรถไฟใต้ดินอินาริโชะInaricho subway station

หลังจากปล่อยไก่ในร้านโซบะ เรานั่งรถไฟย้อนกลับมาลงสถานีอูเอะโนะ(ที่หลงเมื่อวาน) เพื่อไปชมวัดเซ็นโซจิหรือวัดอาซากูสะ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหน อาศัยแผนที่จาก Tokyo Guide ที่หยิบมาจากห้องพัก (กูเกิ้ลแมพใช้ไม่เป็น)

ย่านนี้อารมณ์วินเทจดี มีของจุกจิกขายเยอะมากๆ แต่ไม่ได้ซื้ออะไรเลยเพราะมัวแต่ก้มๆมองๆแผนที่

เราเดินเทียบแผนที่แบบซอยต่อซอย เลาะเลียบร้านสองข้างทางมาเรื่อยๆ จนเกือบสุดซอย จนเห็นวัดอยู่ลิบๆ

พอมาถึงถนนนากามิเซะ  ซึ่งเป็นถนนที่นำไปสู่วัดอาซากูสะ จะเป็นโซนที่คนเยอะมากๆ เต็มไปด้วยของกิน แต่ละร้านกลิ่นยั่วยวนทั้งนั้น

 

ถนนนากามิเซะUeno Market

 

ญี่ปุ่นกับศาสนาพุทธ

ตอนนี้เรามายืนอยู่หน้าวัดเป็นที่เรียบร้อย ถ่ายรูปมุมไหนก็มีคนอื่นติดมาหมด ยิ่งมุมมหาชนนี่ต้องต่อคิวเลย

มีคนแต่งชุดญี่ปุ่นโบราณเข้าวัดหลายคนเลย ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันคนญี่ปุ่นนับถือศาสนาอะไรเป็นส่วนใหญ่ เท่าที่ได้ฟังจากคนรู้จักใกล้ตัว ทราบว่า ส่วนมากไม่ได้นับถือศาสนาใดๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ชินโตเคยเป็นศาสนาประจำชาติญ๊่ปุ่น ซึ่งเป็นลัทธิที่บูชาเทพเจ้าและเน้นทางพิธีกรรม ศาสนานี้สอนไว้ว่า การที่จะเข้าถึงองค์เทพได้นั้น จะต้องเข้าถึงธรรมชาติ นั่นจึงเหตุผลที่แทบจะทุกวัดในญี่ปุ่น จะมีการตกแต่งสวนอันสวยงาม

เมื่อพุทธศาสนาเริ่มเข้ามาในญี่ปุ่นผ่านทางเกาหลีใต้ ช่วงแรกๆที่เข้ามานั้น เกิดการต่อต้านและขัดแย้งในสังคม ว่าควรรับเข้ามาหรือไม่? จนกระทั่งเกิดโรคระบาดขึ้น ชาวบ้านต่างพากันกล่าวโทษว่าพระพุทธรูปทำให้เกิดเหตุอาเพศ สุดท้ายพระพุทธรูปองค์นั้นที่นำเข้ามาจากเกาหลี ก็ถูกนำไปทิ้งลงคลอง

ผมเดินแหวกฝูงชนออกมา เห็นหญิงวัยกลางคนกำลังอ่านคำทำนายจากการเสี่ยงเซียมซีอย่างใจจดใจจ่อ เดินถัดมาอีกหน่อยจะเจอแผงสำหรับผูกคำทำนาย ไม่นานสาววัยกลางคนคนนั้นก็เดินเอาคำทำนายมาผูกไว้ที่แผง เดาว่าคำทำนายคงไม่ดีเท่าไหร่ เพราะคนที่นี่เขาเชื่อว่า ถ้าได้คำทำนายไม่ดีให้เอามาผูกไว้

เสี่ยงเซียมซีญี่ปุ่น

 

 

ต่อไปเราจะลองไหว้พระแบบญี่ปุ่นกัน เริ่มต้นที่การชำระล้างร่างกายที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยการล้างมือ ล้างหน้า และปิดท้ายด้วยการบ้วนปาก(แต่ผมไม่ได้บ้วน) วิธีการไม่ได้ยากแบบที่คิดไว้ เพียงแค่ปฏิบัติตามป้ายคำแนะนำรูปภาพการ์ตูน เป็นป้ายแนะนำที่น่ารักตามแบบฉบับญี่ปุ่น

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

แล้วเราก็ไปซื้อธูป ราคา 100 เยน เป็นธูปสีเขียว ยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ มัดรวมๆกัน ลองพยายามนับ ได้ 19 ดอก นำไปจุดกับเตาที่วัดเตรียมไว้ให้ จากนั้นก็สวดตามอัธยาศัย ชาติใครชาติมัน! เมื่อสวดจบแล้วให้นำธูปไปปักไว้ในกระถางและต้องกวักควันธูปเข้าหาตัวเพื่อความเป็นศิริมงคล (ผมไม่ได้กวักอีกเช่นเคย กลัวมะเร็ง)

ธูปญี่ปุ่น

การไหว้ ให้ตบมือ 2 ครั้งก่อน แล้วค่อยก้มหัวไหว้ เหมือนไหว้พระไทย แล้วปิดท้ายด้วยการตบมืออีก 2 ครั้ง เป็นอันเสร็จ อันนี้มาจากการสังเกตุล้วนๆ ถ้าผิดต้องขออภัย เท่าที่สังเกตุพิธีกรรม ผมว่าใกล้เคียงกับบ้านเราเลยนะ ทั้งการเสี่ยงเซียมซี การจุดธูป การไหว้ การโยนเหรียญ แม้กระทั่งการบูชาของศักดิ์สิทธิ์กลับบ้าน สิ่งที่ผิดแปลกไปคือ ผมไม่เห็นพระหรือสามเณรสักรูป พยายามกวาดตามองก็ไม่เจอ หรือพระที่นี่จะไม่โกนหัว? หรือพระที่นี่จะไม่ได้ห่มเหลือง? เป็นคำถามที่ยังค้างคาใจ…

นั่งเล่น ถ่ายรูปอยู่ภายในบริเวณวัดอยู่พักใหญ่ๆ อากาศเย็นสบาย ร่มรื่น ด้วยสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม ส่งเสริมให้ผู้คนรักและเกิดรสนิยมในศิลปะ ที่เด่นที่สุดคงไม่พ้นศิลปะการแต่งสวน

หาส่องหาซูมสาวญี่ปุ่นผ่านเลนส์ 200 มม. นาทีนี้คนที่แต่งตัวทันสมัยใส่บูทแทบไม่มอง มองหาแต่คนใส่ชุดโบราณหรือไม่ก็แต่งแนวเรโทร จนไปเจอคู่นี้ วัยรุ่นญี่ปุ่นแท้ กำลังแลกกันอ่านคำทำนาย

Japanese Teen

 

มาดูสาวไทยกันบ้าง …นำแฟชั่นจากเมืองไทยมาปล่อยให้ชาวญี่ปุ่นได้ประจักษ์ (ที่รู้ว่าเป็นคนไทยเพราะได้ยินชีพูดไทยกับเพื่อนๆ)

IMG_4664

มาดูเด็กญี่ปุ่นกันบ้าง แต่คนซ้ายนั่นเด็กไทยนะ ไม่ใช่ใครที่ไหน ลูกสาวเจ้าชายพเนจรนั่นเอง! ไปแอ๊บถ่ายกับเด็กญี่ปุ่น

Japanese Baby

 

 

เผลอแป๊บเดียวก็มืดละ ได้เวลาอาหารเย็น เราเดินย้อมมาทางเดิม คราวนี้ไม่หลงละ แอบสังเกตฝาปิดท่อระบายน้ำแต่ละจุดจะมีลวดลายที่แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำกันเลยสักจุด คนญี่ปุ่นเค้าเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ดีจริงๆ

 

Ueno แม้เป็นย่านดาวน์ทาวน์ที่เศรษฐกิจคึกคัก แต่รถก็ไม่ได้ติดอย่างที่คิดไว้ การจราจรใหลลื่นค่อนข้างดี Ueno Downtown

เราย้ายร่างมาเดินตลาดสดอูเอะโนะเพื่อหามื้อเย็นอร่อยๆกิน เป็นร้านปิ้งย่างขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ร้านนี้ไม่มีแบ่งโซน Smoke กับ Non Smoke ภายในร้านจึงอบอวลไปด้วยควันบุหรี่ เราถอดรองเท้าแล้วเดินตามพนักงานเสิร์ฟเข้าไปด้านในสุด ลูกค้าภายในร้านส่วนมากเป็นคนท้องถิ่น(ถือว่ามาถูกร้าน) ผู้ชายหลายคนหน้าแดงด้วยฤทธิ์เบียร์และบุหรี่ เสียงผู้คนคุยกันดังไม่แพ้เสียงช้อนส้อมกระทบจาน

โต๊ะที่เราได้เป็นโต๊ะแบบนั่งกับพื้นสไตล์ญี่ปุ่น ตรงกลางจะเป็นหลุมให้หย่อนขาลงไป(ตอนหน้าหนาวคงอุ่นน่าดู) ของสูงของโต๊ะจะอยู่ประมาณอกของเราพอดี บนโต๊ะมีเตาสำหรับปิ้งย่าง 1 ชุด มีกรรไกรสำหรับตัด มีน้ำซอสสีดำๆ(ไม่รู้เค้าเรียกซอสอะไร)

ทุกโต๊ะจะสั่งเบียร์ ยกเว้นโต๊ะเรา การสั่งเบียร์จะสั่งมาเป็นขวดเล็ก(แต่ขนาดใหญ่กว่าบ้านเรา) ยกดื่มแบบไม่ใส่น้ำแข็ง ยี่ห้อที่สั่งกันเยอะที่สุด คือ อาซาฮี กับ คิริน

ส่วนเราเน้นสั่งอาหาร เมนูมีให้เลือกเยอะและดูน่ากินทั้งนั้น หมึก ปู หอย อาหารสุดดี ปิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจิ้มกับน้ำซอสเค็มปนหวานนิดๆ ฟินมาก ที่เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้นปูครับ(ริมขวาสุด) ฟินจนต้องสั่งมาเพิ่มอีก 1

ปูญี่ปุ่น

 

เช็คบิลเสร็จ เดินตัวลอยออกมานอกร้าน …มืดซะแล้ว วันนี้ผ่านไปเร็วมากๆ(ตื่นสายเอง) เดินชมบรรยากาศอูเอะโนะยามค่ำคืนเพื่อย่อยอาหารก่อนกลับเข้าที่พักทางรถไฟใต้ดินสายเดิม

Ueno nightlife

 

กำลังจะกลับเข้าที่พักอยู่แล้วเชียว ดันเหลือบไปเห็นห้างขายสินค้าไฟฟ้าชื่อดัง “Yodobashi” เลยต้องแวะเข้าไปสำรวจสักหน่อย ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยถูกกว่าไทยประมาณ 10% ถ้ารุ่นไหนกำลังจัดโปรโมชั่น เผลอๆถูกกว่าไทยเกือบๆ 40% แต่อาจจะเอาเข้าเคลมประกันเวลาสินค้ามีปัญหาที่เมืองไทยไม่ได้ ก่อนซื้อลองสอบถามพนักงานขายดูก่อนเพื่อความมั่นใจ

วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ตั้งใจไว้ว่าจะตื่นเข้าๆเพื่อใช้เวลาที่มีอยู่ในโตเกียวให้คุ้มค่ามากที่สุด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s