วันสบายๆ พักกาย พักใจ ที่เกาะสีชัง

Sir Chang Island

เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายหรือจิตใจเหนื่อยล้า มันก็ต้องการการพักผ่อนไม่ต่างจากมนุษย์

การพักผ่อนของร่างกายอาจจะเป็นการนอนหลับ

การพักผ่อนของจิตใจ อาจจะเป็นการนั่งเฉยๆ ในที่เงียบๆ

การพักผ่อนของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป

สำหรับผม นิยามการพักผ่อน คือ การออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง ที่ที่สภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่เราอยู่ ได้เห็น ต้นไม้ แม่น้ำ ภูเขา ทะเล หาดทราย เพียงเท่านี้ก็ทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้มากโข

และเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน (ไม่อยากตื่นไปทำงานในช่วงต้นสัปดาห์) ผมจึงใช้วันลาพักร้อนที่มี ขอหยุดในช่วงกลางสัปดาห์ เพื่อได้พักผ่อน

ผมชอบประโยคนึงของฝรั่งที่เขากล่าวว่า “Not to take a vacation is a great mistake”

หลายคนในบริษัทผมมีวันลาเหลือเฟือ พอสิ้นปีใช้ไม่หมด สามารถแลกคืนเป็นเงินได้ แต่บริษัทไม่รับแลกเงินเป็นวันลาพักร้อน!

เวลาแลกเป็นเงินได้ แต่ เงินแลกเป็นเวลาไม่ได้เสมอไป

วันนี้เป็นวันธรรมดากลางสัปดาห์ ผมตื่นสายกว่าปกติ แพ็คกระเป๋าเดินทาง โดยมีจุดหมายปลายทาง คือ เกาะสีชัง แม้ว่าจะเคยมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็หลายปีแล้ว

การเดินทางไม่ต่างจากเดิม เปลี่ยนแค่จุดขึ้นเรือ จากเดิมขึ้นที่เกาะลอย เปลี่ยนมาขึ้นที่ท่าเรือจริน เพราะเกาะลอยปิดปรับปรุงเป็นระยะเวลา 2 ปี

ท่าเรือจรินวันธรรมดาท่าเรือจริน

Thailand unique Taxi

ท่าเรือแห่งนี้อยู่บริเวณตลาดศรีราชา พื้นที่คับแคบ ที่จอดรถมีไม่มาก ผมจึงเลือกใช้บริการรถสามล้อให้เข้ามาส่งท่าขึ้นเรือ ตารางการเดินเรือค่อนข้างถี่ คือ มีเรือออกทุกๆ 1 ชม. ตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 1 ทุ่ม

ผู้โดยสารวันนี้ส่วนมากเป็นคนท้องที่ ไม่แน่นเรือ ผิดกับตอนครั้งแรกที่มา คนแน่นเรือจนล้นออกไปนั่งตากแดดด้านนอก ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดังลั่นสนั่นหู แต่วันนี้ที่เงียบเฉียบ เพราะส่วนมากจะหลับกัน

ใช้เวลา 30 นาที ก็มาถึงท่าเรือปลายทาง จัดการหาเช่ามอเตอร์ไซด์แถวท่าเรือในราคา 250 บาท

จุดหมายแรกที่ไป คือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาคยาศิระ ทางเหนือของท่าเรือ วันนี้นักท่องเที่ยวน้อย รถรางจึงไม่เปิดให้บริการ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม กับการที่ต้องเดินขึ้นบันไดมังกรทองระยะทาง 200 ม. เดินถ่ายรูปเพลิน เพราะยิ่งเราขึ้นไปสูงเท่าไหร่ ก็จะเห็นวิวที่สวยเท่านั้น

ทางเดินขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จะมีโคมแดงทอดตลอดเส้นทางทางขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง

พอขึ้นไปถึงก็สักการะไหว้พระขอพร ตามจุดต่างๆ นั่งชมวิวมุมสูง รับลมเย็นๆ

เกาะสีขังในวันนี้กับภาพในความทรงจำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นั้นแทบจะเหมือนเดิม ท้องทะเลสีคราม หลังคาหลากสีของบ้านชุมชนชาวประมง ยังคงมีเสน่ห์ไม่เปลี่ยน

เกาะสีชัง พ.ศ. ๒๕๖๑Koh Sri chang viewpoint

เกาะสีชัง พ.ศ. ๒๕๕๗2015



สถานที่ต่อไป คือ พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน (ชื่อจะยากไปไหน) เป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวในไทยที่ตั้งอยู่บนเกาะ ไม่เสียค่าเข้าชม สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ราชการ มีเวลาเปิด-ปิด และห้ามนำสุราเข้ามาดื่ม

Koh Srichang Pier

แม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ก็มีลมทะเลพัดเย็นสบาย ไม่รู้สึกร้อน มีต้นไม้ร่มรื่นย์ เหมาะกับการมานั่งเล่น เดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ

มีกลุ่มครูและเด็กนักเรียนมาทำกิจกรรมกันบนสะพานอัษฎางค์ (สะพานไม้ที่ยื่นเข้าไปในทะเล) เห็นแล้วก็แอบอิจฉาคนบนเกาะนี้ แม้จะไม่มีห้างหรูให้เดินช็อปปิ้ง แต่ก็แลกกับการได้เห็นวิวสวยๆแบบนี้

เกาะสีชัง

แว้บเข้าไปนั่งเล่น นอนเล่น ที่บ้านตากอากาศ เย็นสบายทั้งหลังโดยไม่ต้องพึ่งแอร์/พัดลม เที่ยววันธรรมดาก็ดีแบบนี้ คนไม่เยอะ เหยียดแข้งเหยียดขาได้ 360 องศา ไม่ต้องเกรงใจใคร ครั้งก่อนมาตอนวันหยุด แทบจะไม่ได้เสพบรรยากาศเลย

สถานีสุดท้ายของทริปนี้ คือ หาดถ้ำพัง

โปรแกรมทริปนี้ เดินทางตามรอยสถานที่เดิม ที่เคยมาครั้งแรกทุกประการ

อย่างที่บอกไว้ตอนต้น ทริปนี้เป็นทริปสำหรับพักผ่อนร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่ทริปสำรวจ! แค่ต้องการมานอนเอนกายคลายร้อน นอนฟังเสียงคลื่น และดูว่าสีชังในวันนี้ แตกต่างจากวันนั้นมากน้อยเพียงใด ซึ่ง 2 สถานที่แรกแทบไม่เปลี่ยน ส่วนหาดถ้ำพังนั้น เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ถนนหนทางมีการขยายจุดที่แคบและอันตราย มีป้ายเตือนอันตรายและจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย มีการจัดสรร รถ 3 ล้อให้จอดตามจุดที่กำหนด แบ่งแยกออกจากมอเตอร์ไซด์ชัดเจน

เกาะสีชังวันธรรมดา ชายหาดโล่งสุดๆเกาะสีชังวันธรรมดา

ในเรื่องความสวยงามของชายหาดนั้น ยังคงสวยเหมือนเดิม วันธรรมดาแบบนี้ ไม่ต้องเสียค่าเช่าเตียงผ้าใบ นั่งฟรีตลอดวัน

Thampang beach

นักท่องเที่ยวส่วนมาก จะเป็นชาวจีนและฝรั่ง นั่งมุมใครมุมมัน บางคนก็นอนอาบแดดกันเป็นวันๆ สบายใจเฉิบ ชนิดที่ว่า ไม่กลัวมะเร็งผิวหนังกันเลยทีเดียว

หาดถ้ำพังวันธรรมดา

ผมสั่งอาหารมากิน 3-4 อย่าง ทีเด็ดของที่นี่ คือ กุ้ง หมึก ตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม สดและกรอบ เจ้าของร้านใจดี ฟรีน้ำแข็งตลอดเวลาที่นั่ง เช็คบิลมา ราคาไม่แพง

ก่อนกลับ แวะถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิว น่าเสียดาย มาช้าไปนิดเดียว พระอาทิตย์ตกน้ำลับหายไปเสียก่อน มันจริงกับคำกล่าวสุดคลาสสิคที่ว่า “เวลาไม่เคยรอใคร”

Sunset Koh Srichang

เก็บแสงพระอาทิตย์อัสดงเสร็จ ก็ถึงเวลาที่ต้องโบกมือลากันเสียที ผมกลับเรือรอบสุดท้าย คือ 1 ทุ่ม แอบมีเสียวนิดๆตอนหาท่าเรือกลับ มันมีหลายท่า และคล้ายๆกันหมด

หลงสิครับ! แต่ก็รอดมาได้เฉียดฉิวจากการถามผู้คนแถวนั้น

1 วันของความสุข มันผ่านไปรวดเร็วเสมอ สำหรับผม แม้จะมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงสำหรับแต่ละสถานที่ แต่มันก็คุ้มค่าถ้ามาแล้วทำให้เราสบายใจขึ้น

และแน่นอน! ผมจะกลับมาอีกครั้ง กับทริป 2 วัน 1 คืน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s